เศรษฐกิจไม่ดี ดาราหันมาทำธุรกิจของตนเองกันมากขึ้น

            จากคำกล่าวที่ว่าตอนนี้ประเทศไทยนานเศรษฐกิจไม่ดีนั้นเป็นเรื่องที่เรารู้กันดีอยู่แล้วเนื่องจากว่าเราสามารถติดตามข่าวสารได้ตามจุดต่างๆซึ่งเราจะเห็นได้ว่าบริษัทส่วนใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์มากเป็นบริษัทที่ดังมากในประเทศหลายๆคนรู้จักกันเป็นอย่างดีแต่พอมาถึงในสถานการณ์ตอนนี้บริษัทใหญ่ๆนั้นก็ยังประสบกับปัญหาเงินหมุนเวียนในบริษัทนั้นลดลงจนหลายบริษัทต้องออกมาประกาศลดเงินเดือนพนักงานรวมถึงลดรายจ่ายของทางบริษัทด้วยการเลิกจ้างพนักงานก็มีหรือบางสถานที่ก็เป็นการหยุดการทำงานชั่วคราวไปก่อน

ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เราพบเห็นกันมาประมาณ 4-5 เดือนแล้วและนอกจากนี้การที่เศรษฐกิจไม่ดีนี้ทำให้ดารานักแสดงต่างๆต่างก็ออกมาหางานเสริมทำการเนื่องจากว่างานแสดงนั้นหลายคนก็ถูก cancel งานหรือเลิกจ้างงานเนื่องจากว่าทางเจ้าของบริษัทนั้นไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมากพอที่จะมาจ้างดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทางบริษัทและไม่มีงบประมาณมากพอที่จะมาทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์บริษัทตัวเองผ่านทางทีวีรวมถึงดาราบางคนที่มีธุรกิจอยู่แล้ว

ก็กำลังประสบปัญหากับธุรกิจนั้นไม่ดีเนื่องจากเศรษฐกิจของเมืองไทยที่มีอยู่ในตอนนี้นั่นเองเรามักจะเห็นว่าปัจจุบันนี้ดารานักแสดงต่างๆที่มีชื่อเสียงต่างก็ออกมาไลฟ์สดขายของไม่ว่าจะเป็นของมือสองอย่างเช่นนักร้องสาวใบเตยอาร์สยามที่ออกมาขายกระเป๋ามือสองแต่ก็ยังคงเป็นกระแสดราม่าเกี่ยวกับเรื่องของราคากระเป๋ามือสองที่ค่อนข้างแพงเกินไปรวมถึงกระเป๋ามือสองนั้นคุณภาพก็ไม่ได้มาตรฐานกับราคาที่มีการขายออกไปหรือดารานักแสดงอย่างดีเจพีเคซึ่งเขาเป็นนักธุรกิจมีเงินรวยเป็นร้อยล้าน

แต่ปัจจุบันก็ต้องมาผ่านตัวเองทำธุรกิจขายน้ำยาปลูกผมน้ำยากันผมร่วงเนื่องจากว่าทุกคนทราบได้อยู่แล้วว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีและยังมีเวลาอีกหลายคนเลยทีเดียวที่ออกมาหาธุรกิจทำเพิ่มเติมในตอนนี้ซึ่งพวกเขาเองก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาชีพดารานั้นจะหาเงินได้แค่เพียงไม่นานเท่านั้นเพราะถ้าหากว่าเศรษฐกิจไม่ดีก็จะไม่มีใครจ้างให้ไปเป็นแบบให้เป็นพรีเซ็นเตอร์

ของงานนั้นๆรวมถึงหากเกิดสถานการณ์อย่างที่ประเทศไทยซึ่งประสบผ่านมานั้นคือการระบาดของไวรัสโคโรนาประชาชนไม่สามารถเอาไปทำกิจกรรมต่างๆได้ตัวดารานักแสดงเองก็จะไม่มีงานทำเช่นเดียวกันเพราะไม่สามารถออกกองถ่ายรายการได้นั่นเองดังนั้นทุกคนจึงต้องหันมาหาธุรกิจเป็นของตนเองเพื่อที่จะได้เอามาเป็นแหล่งรายได้ในช่วงที่ไม่สามารถออกกองถ่ายหรือแสดงละครได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ออนไลน์

ทางรอดของร้านค้าปลีกในอนาคต

ร้านค้าปลีกกำลังจะตาย เสียงสะท้อนออกมาจากผู้ประกอบการหลายๆท่าน ที่เป็นเจ้าของกิจการร้านค้าปลีก ซึ่งหลังจากภาวะในการปรับตัวจากผลกระทบของไข้ไวรัสระบาดโควิด19 นั้น ทำให้ผู้บริโภคหลายๆท่าน และเกือบจะห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลานี้ที่หันมาช๊อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น ดังนั้นโลกยุคใหม่ของคนปัจจุบันกำลังจะเข้าสู่ยุคดิจิทอลกันมากขึ้น

เพราะทัศนคติของผู้ซื้อในยุคปัจจุบันที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค แม้ว่าช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานั้น ร้านค้าปลีกแต่ละร้านจะพยายามรักษามาตรฐานในการป้องกันและความสะอาดได้ดีนั้น แต่ความกังวลใจของลูกค้า กับมีผลมากกว่าที่คิด เพราะเหมือนกับว่า ความหวาดหวั่นไม่มั่นนั้นส่งผลในการเดินห้างหรือเข้าร้านค้าปลีกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านค้าปลีกและห้างฯ ต่างต้องพยายามหาทางแก้ไขและปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

แม้ว่าเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนถ่ายจากยุคเดิมไปสู่ยุคใหม่ แต่หากช้าในการปรับตัวมากกว่านี้อาจจะสายเกินแก้ ดังนั้นห้างฯ หรือร้านค้าปลีกคงต้องงัดวิธีการกลเม็ดมาเพื่อยึดลูกค้าให้กับมาเดินห้างฯ หรือมาซื้อของที่ร้านค้าปลีกมากขึ้น กว่าการที่ไปช๊อปปิ้งในออนไลน์แทน ซึ่งแนวโน้มที่เปลี่ยนไปตลอดทุกวันทุกสัปดาห์นั้น ทำให้แนวทางในการทำการตลาดและศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้น ในตอนนี้คงจะจับทางได้ยาก

เพราะตัวแปรหลักดันเป็นไข้ไวรัส ที่ยังไม่สามารถหาวัคซีนป้องกันได้เลย เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นทีมการตลาดของห้างฯ และร้านค้าปลีก คงต้องทำงานกันอย่าหนัก และศึกษาหาวิธีแนวทางที่จะประชาสัมพันธ์หรือทำแคมเปญโปรโมทเพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาเดินที่ห้างและช้อปปิ้งตามร้านค้าปลีก เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนเกิดขึ้นในห้างฯของตัวเอง แต่วิธีการเดิมๆที่เคยใช้ได้ผลในอดีตอาจจะไม่สามารถนำมาใช้ได้กับในปัจจุบัน

เพราะสถานการณ์นั้นได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในอนาคตนั้นไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็นยักษ์ใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้า มีล้มตึงลงมาก็เป็นได้ เพราะเมื่อใดก็ตามโลกดิจิตอลอยู่เพียงแค่ปลายนิ้วและหน้าจอคอมฯหรือโทรศัพท์ และระบบการขนส่งที่แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทฯที่มีการบริการการขนส่งครบวงจร รองรับในเรื่องของการช้อปปิ้งออนไลน์

ประกอบกับแอปพลิเคชั่นที่สมบูรณ์แบบนั้น สินค้าต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นห้างหรือวางบนเชลล์ของซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกต่อไป เพราะเจ้าของสินค้าเองก็ไม่ต้องโดนหักกำไรให้กับทางเจ้าของพื้นที่อีกไม่ว่าจะเป็นห้างหรือร้านค้าปลีกที่มักจะมีระบบหัก GP และมีเสียค่าแรกเข้า ซึ่งยุคใหม่นี้อาจจะเป็นทีของเจ้าของสินค้าบ้างก็เป็นได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

สถานการณ์ตอนนี้ประเทศไทย

สถานการณ์ตอนนี้ประเทศไทยมีแนวโน้มว่าโรงงานจะมีการปิดกิจการอย่างต่อเนื่องอีก 3 เดือน

         พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจภายในขณะนี้แล้วเป็นเรื่องที่มองออกยากมากว่าทางรัฐบาลจะหาทางฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้อย่างไรเพราะในขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นั้นแทบจะไม่มีเงินหมุนเวียนมาลงทุนในการที่จะนำเงินมาทำธุรกิจของตนเองให้อยู่รอดไปได้เลยตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ธุรกิจของประเทศไทยมีแต่ทยอยปิดกิจการลงหลายบริษัทเป็นอย่างมาก

ซึ่งถ้าหากเราสำรวจการปิดกิจการของบริษัทต่างๆจะพบว่าบริษัทที่เป็นพวกโรงงานต่างๆนั้นจากเดิมที่เคยมีการเปิดกิจการเอาไว้ประมาณ 300 กว่าโรงงานขณะนี้ก็มีการทยอยการปิดกิจการลงแล้วมากกว่า 200 โรงงานด้วยกันและในขณะที่ทางโรงงานนั้นได้มีการปิดกิจการลงก็จะส่งผลกระทบกับเรื่องของจำนวนคนที่ปกงานซึ่งขณะนี้มียอดคนตกงานมากแล้วกว่า 8900 กว่าคนอีกทั้งเรื่องของเงินที่จะเอามาลงทุนหมุนเวียนในการพัฒนาโรงงานนั้นตอนนี้เงินลงทุนก็เหลือน้อยนิดแค่ไม่กี่ล้านบาทเท่านั้น

ซึ่งเป็นไปได้ว่าในเรื่องของเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นจะยังไม่สามารถกลับมาฟื้นฟูได้ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอนส่วนหนึ่งก็มาจากการที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรน่าได้อย่างชัดเจนว่าทุกวันนี้ยังคงมีผู้ติดเชื้ออยู่แม้จะมีบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าหากเมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลขายรองเท้าทั้งหมดผู้คนกลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติแล้วจะไม่ส่งผลกระทบให้ผู้ติดเชื้อนั้นกลับมารอบ 2 ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อในครั้งที่ 2 นี้

อาจจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียวและจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจของไทยนั้นยิ่งแย่หนักกว่าเดิมก่อนหน้าที่จะมีการระบาดเศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้ดีมากนักอยู่แล้วเริ่มมีการระบาดของไวรัสเศรษฐกิจไทยยิ่งแย่ลงผู้ประกอบการต่างก็ไม่มีเงินพอที่จะมาหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายทำให้บริษัทที่มีเงินลงทุนน้อยได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการแบบถาวรไปเลยทีเดียว

ส่วนนักลงทุนที่มีสายป่านยาวนั้นหากได้รับผลกระทบก็จะมีการปิดกิจการชั่วคราวไปก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์ขนาดบริษัทบางบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ก็ยังมีปัญหาภายในบริษัททำให้ต้องปิดกิจการลงส่งผลกระทบให้แรงงานไทยนั้นไม่มีงานทำเป็นจำนวนมากแล้วถ้าหากไวรัสยังคงระบาดอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้

ไม่ว่าจะภายในประเทศไทยเองหรือแม้แต่ต่างประเทศอาจจะส่งผลให้ทางบริษัทต่างๆมีแนวโน้มว่าจะเปิดตัวกลับมาเปิดกิจการได้ล่าช้าลงซึ่งคาดว่าอาจจะมีการปิดกิจการการต่อเนื่องยาวไปอีก 3 เดือนเพื่อรอดูสถานการณ์ยังไม่น้อยตอนนี้เราก็จะเห็นเราว่าธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นถ้าเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศยังไม่สามารถเปิดบริการได้ในตอนนี้จนกว่าสถานการณ์โลกจะดีขึ้นและประเทศไทยเองมีการเปิดการเดินทางระหว่างประเทศได้เมื่อนั้นจึงจะเริ่มฟื้นฟูธุรกิจการท่องเที่ยวได้ 

 

ไม่สนับสนุนโดย  bk8 ฟรี เครดิต

สายการบิน เอเวียงการ ล้มละลาย เซ่นพิษโควิด 19

ไปไม่รอดอีกหนึ่งสายการบิน ซึ่งคราวนี้เป็นสายการบินเก่าแก่ของประเทศโคลอมเบีย ที่ยอมแพ้และยื่นขอความคุ้มครอง “ล้มละลาย” หลังเจอวิกฤตโควิต 19 แถมมีหนี้สินที่สะสมอยู่เกือบ 2.3 แสนล้าน โดยทางสำนักงานข่าวต่างประเทศได้มีรายงานว่า นายอันโค ฟาน เดอร์ เวิร์ฟฟ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท เอเวียงกา โฮลดิ้ง ผู้ดำเนินการสายการบิน เอเวียงกา

ซึ่งเป็นสายการบินที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจาก สายการบิน KLM ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโบโกตา เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย ซึ่งข่าวการแถลงเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ว่า ได้มีการยื่นขอความคุ้มครองตามมาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกาต่อศาลในนครนิวยอร์ก หลังจากไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้

ตามพันธบัตรที่ครบกำหนดชำระได้ทันเส้นตายกำหนด โดยการเรียกร้องขอให้รัฐบาลโคลอมเบียให้การช่วยเหลือไม่ประสบผลสำเร็จ  ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกิจการการบินชี้ว่า การล้มละลายครั้งนี้ของสายการบิน เอเวียงกา ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะบริษัทฯ มีหนี้สินสะสมอยู่เป็นจำนวนมาถึง 7,300 ล้านดอลล่าร์ ตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดแล้ว

สายการบิน เอเวียงกา นับเป็นสายการบินระหว่างประเทศขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และไม่สามารถเปิดให้บริการการบินตามกำหนดการและตามเส้นทางบินปรกติได้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ลูกจ้างของบริษัทส่วนใหญ่จากจำนวน 20,000 ราย ไม่ได้รับเงินค่าจ้างมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สายการบินเอเวียงกา จะมีแผนการฟื้นฟูกิจการหลังการยื่นล้มละลายครั้งนี้หรือไม่ และยังไม่มีใครแน่ใจว่าแผนใดๆ

หากมีจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะส่งผลให้สายการบินเอเวียงกา กลายเป็นสายการบินขนาดใหญ่สายการบินแรกที่ล้มหายตายจากไป เพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19  โดยสายการบินแห่งนี้ ถือว่าเป็นสายการบินขนาดใหญ่อย่างมาของแทบละตินอเมริกา ซึ่งมีฝูงบินจำนวน 173 ลำ ครอบคลุมทุกจุดหมายปลายทางมากกว่า 114 แห่งทั่วโลก และฐานการบินที่สำคัญอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเอลโดราโด ในประเทศโคลอมเบีย ท่าอากาศยานนานาชาติเอลซัลวาดอร์ ในประเทศเอลซัลวาดอร์

และท่าอากาศยานนานาชาติฮอร์เกซาเวซ ในประเทศเปรู ซึ่งนับว่าเป็นสายการบินในแถบละตินอเมริกาอย่างแท้จริง และมีผู้โดยสารมาใช้บริการเป็นจำนวนมากที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้เลยทีเดียว จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สายการบินที่เก่าแก่อย่างสายการบิน เอกาเวียง นี้ จะต้องปิดตำนานลงไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 คาสิโน

การให้ข้อมูลเท็จสหภาพการบินไทย

การให้ข้อมูลเท็จสหภาพการบินไทย ใส่ร้าย  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ว่าขาดทุน

วันนี้เรามาดูตัวเลขและการขาดทุนกำไรใน  ยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  กับ ประยุทธ์ จันทร์โอชา  มันต่างกันยังไง เมื่อได้เทียบกันแล้ว โดยเฉลี่ยนั้น ในช่วงของยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้เป็นนายก นั้นการบินไทยก็ได้มีกำไรอย่างต่อเนื่อง กำไรในยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  นั้น ก็จะอยู่ที่โซนประมาณ 1หมื่นล้านบาท 1.2พันล้านบาท

ก็จะเฉลี่ยออกมาประมาณนี้ และ ถ้าเกิดว่า5ปีได้เฉลี่ยออกมามันก็จะประมาณ 8 พันล้านบาท เอา5ปีมารวมๆกัน สำหรับรายได้ของการบินไทยที่ได้มี  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกในยุคนั้น ก็ได้เริ่มต้นที่ประมาณ 192,037.02 กว่าล้านบาท และได้ปิดในปี พ.ศ.2549 ที่  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  ได้ถูกรัฐประหารก็คือ  192,037.02 หมื่นล้าน ภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี

ของการบินไทย ที่ได้อยู่ในช่วงของยุต พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และ จากรายได้จาก 1.3แสนล้าน เป็น 1.9หมื่นล้าน หรือได้เติบโตขึ้นมากลายเป็น 6หมื่นล้าน ในขณะที่การบินไทย สหภาพการบินไทยได้บอกว่า  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นั้นได้ทำการบินไทยเจ๊งจะบ้าไปแล้วไปบอกว่ายุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ทำการบินไทย เจ๊งได้ยังไง ดังนั้น สหภาพการบินไทยควรที่จะไปเรียนมาใหม่และทำความเข้าใจและให้สหภาพกลับไปเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐานใหม่สักหน่อยนะ

ต่อมาเรามาดูผลงานของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกของ สหภาพการบินไทยเก่งมากเหลือเกินมันเป็นยังไง  ผลงานของประยุทธ์ จันทร์โอชาขวัญใจของการบินไทยโดยเฉพาะสหภาพการบินไทยหรือว่าอดีตประธานที่ยังได้พวงพันธ์กับการบินไทยมีอิทธิพลเหนือการบินไทย  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกในปีแรก กานบินไทยได้ขาดทุนอยู่ 1.5พันล้าน จากนั้น  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกในปีที่2 ทำให้การบินไทยขาดทุนจำนวน 1.3พันล้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

เป็นนายกปีที่3 ได้มีกำไรอย่างมหาสารมากเลยจริงๆ กำไรแค่ 46.82 ล้านบาท  เห็นแล้วขนลุกมากถึงความสามารถในการทำกำไรของการบินไทย พนังงานเป็นหมื่นๆได้กำไรเพียงแค่  46ล้านบาท  หลังจากนั้นมา ปี60 ก็ขาดทุนไปอีก 2พันล้านบาท และ ปี61ก็ขาดทุนอีก 1.1พันล้านบาท และในปี 62 ก็ขาดทุนไปอีก 1.2พันล้านบาท มันเป็นตัวเลขที่ไม่ม่ีความสวยงามให้กับประชาชน แต่มันอาจจะสวยงามในสายตาของ   สหภาพการบินไทย 

เพราะว่าชอบ   พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  รายได้รวมที่  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกนั้น อยู่ที่ 2แสนกว่าล้าน แต่รายได้ในปัจจุบันรวมกันได้เพียงแค่ 1.88พันล้านเพราะฉะนั้น 6ปีในยุคของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้หายไป 3หมื่นล้านบาท มันเป็นผลงานที่หน้าประทับใจเหลือเกิน เพราะฉะนั้นมันก็ยังได้เป็นตัวเลขที่จะตั้งคำถามต่อไปอีกว่า ( สหภาพการบินไทย ) นั้นกำลังเล่นอะไรอยู่ ต้องการเงินอุ้มธุรกิจของตัวเองเราก็เข้าใจแต่วิธีอุ้มธุรกิจตัวเองโดยการ ให้ข้อมูลเท็จ  ที่โจมตี (  คุณ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  ) นั้นพวกคุณทำไปเพื่ออะไรทำไปเพื่อเอาใจ  พลเอก ประยุทธ์หรือไม่ เพราะรู้ว่า พลเอก ประยุทธ์ นั้นเกลียด พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร 

เพราะฉะนั้นหากว่าอย่างให้    พลเอก ประยุทธ์   ยอมช่วยการบินไทย ต้องด่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และ อวย พลเอก ประยุทธ์  แต่บังเอิญการอวยในกรณีนี้ข้อมูลมันผิด เมื่อมันมีข้อมูลผิดสหภาพแรงงานการบินไทย สังคมไม่หน้าเชื่อถือ สังคมล้มละลายต้องลบโพสของตัวเองในเรื่องนี้ทิ้งไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับ  เกรียน คีย์บอร์ด สหภาพการบินไทยบทบาที่คุณนั้นได้ทำมามันกำลังทำร้ายตัวคุณเองและมันอาจจะทำให้คุณนั้นไม่มีโอกาสได้เงินเยียวยาอย่างที่คุณนั้นคิดเองไว้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 slot

ปรับแผนตารางการเดินรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วน

ปรับแผนตารางการเดินรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วนและกำหนดคนเข้าใช้บริการได้ขบวนละ 1 ใน 4 จากที่เคยใช้บริการเท่านั้น

         จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีการแชร์ภาพการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า BTS ในวันแรกซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่ามีผู้คนเป็นจำนวนมากที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าในวันดังกล่าวทำให้ขบวนรถไฟฟ้าในแต่ละกระบวนมีประชาชนเข้าไปรวมกันในขบวนรถไฟ BTS อย่างหนาแน่นโดยทำให้หลายคนที่เห็นภาพดังกล่าวเกิดความกลัวว่าหากยังคงเดินทางกันหนาแน่นแบบนี้ไม่เว้นระยะห่างกัน

เหมือนที่เคยมีการประกาศใช้ร่วมกันมาจะทำให้มีผลต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นไปด้วยความยากลำบากซึ่งมีแนวโน้มว่าหากยังคงเป็นเช่นนี้อยู่การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่เราสามารถควบคุมได้แล้วนั้นจะย้อนกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอนซึ่งหลังจากเรื่องนี้มีการเผยแพร่ออกไปทางนายกรัฐมนตรีเอง

ก็ได้มีกาดลงมาให้กับหน่วยงานราชการต่างๆช่วยกันดูแลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่จะต้องมีการดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษซึ่งทางกระทรวงคมนาคมเองก็ได้มีการประสานงานกับทางรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT โดยการกำหนดชั่วโมงเร่งด่วนว่าขอให้มีการเดินรถไฟฟ้าให้เยอะขบวนมากกว่าที่เป็นอยู่ซึ่งทางรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT ออกมาระบุว่าในปัจจุบันนี้

สามารถทำได้เต็มที่ในการเดินขบวนรถไฟฟ้าแต่ละขบวนเว้นระยะห่างกันอยู่ที่ 3 นาทีเท่านั้นไม่สามารถทำกว่านี้ได้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเองเนื่องจากแต่ละขบวนจะต้องมีการเว้นระยะห่างกันด้วยเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้เบรคได้ทันและมีการกำหนดเอาไว้แล้วว่าผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการรถไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นของ BTS หรือ MRT นั้น

จะต้องมีการเว้นระยะห่างกันซึ่งมีการกำหนดจุดไว้แล้วทั้งนี้ผู้โดยสารเองก็จะต้องมีการดูแลตัวเองในการยืนตามจุดที่ทางสถานีรถไฟฟ้าได้มีการกำหนดเอาไว้ให้ส่วนการดูแลจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการรถไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลานั้นจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยกำหนดจำนวนผู้โดยสารให้เข้าไปใช้บริการได้

ซึ่งจากเดิมที่ก่อนจะมีสถานการณ์ไวรัสโคโรน่านั้นมีจำนวนเท่าไหร่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมีการควบคุมไม่เกิน 1 ใน 4 ของผู้ที่เคยใช้บริการเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเองและที่นั่งก็มีการกำหนดที่นั่งเอาไว้แล้วโดยให้นั่งเว้นระยะห่างกัน 1 เก้าอี้ซึ่งทางรถไฟฟ้าเองก็ออกมาประกาศขอความร่วมมือกับทางประชาชนที่จะไปใช้บริการรถไฟฟ้าว่าให้สวมใส่หน้ากากอนามัย

และใช้เจลล้างมือรวมถึงการเว้นระยะห่างกันตามที่มีการทำเครื่องหมายเอาไว้ให้อีกทั้งทางการไฟฟ้าเองก็อยากจะขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนรวมถึงบริษัทต่างๆ

ว่าหากเป็นไปได้ให้เปลี่ยนช่วงเวลาการเดินทางและบริษัทไหนที่ยังสามารถให้ลูกจ้างทำงานอยู่ที่บ้านได้ยังต้องการขอความร่วมมือให้ทำแบบเดิมไปก่อนจนกว่าจะผ่านพ้นช่วงวิกฤติของไวรัสโคโรนาครั้งนี้ไปได้ซึ่งโดยสรุปแล้วตอนนี้ที่ทางด้วยไฟฟ้าสามารถทำได้ก็คือในแต่ละขบวนนั้นสามารถบรรจุผู้โดยสารได้ไม่เกินขบวนละ 250 คนเท่านั้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb888

ทำไมเศรษฐกิจถึงไม่โต

พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา กู้เงินมา แล้วเงินไปไหนหมด ทำไมเศรษฐกิจถึงไม่โต

พอได้มีการออกมาพูดถึงรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลการกู้ของรัฐบาล ถ้าจะถามว่าในอดีตนั้น รัฐบาลของ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในภายใต้การบริหารงานเพียงแค่3ปีเท่านั้น การกู้เงินของ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าให้บอกการกู้มันจะค่อยๆลดลงมา เพราะรัฐบาลนั้นได้มีแผนอยู่แล้วในอนาคตว่าจะทำงบประมาณให้สมดุลเพราะฉะนั้นตนเองก็ได้มีการกู้เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน2ล้านล้าน

ช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำท้วมมันก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้อง กู้ในช่วงแรกเข้ามาเยอะนิดนึงและในช่วงหลังก็จะเป็นการวางแผนการกู้เพื่อในอนาคตและก็เพื่อที่จะขยายเศรษฐกิจและมันก็จะได้เม็ดเงินกลับเข้ามาเพื่อลดหนี้สินในที่สุดแต่ในสมัยนั้นจะกู้2ล้านล้านจะเป็นจะตายจะต้องฝ่ายสภา แต่พอมาถึงยุคนี้1ล้านล้าน 1.9ล้านล้าน และก่อนหน้านั้นเป็น ค.ช.ส. ก็ได้มีสภาฝักถั่ว

ซึ่งในปี58 รัฐบาล พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา  กู้250,000ล้าน ปี59 กู้390,000ล้าน ปี60 กู้390,000ล้าน ปี61 กู้450,000ล้าน ปี62 กู้450,000ล้าน ปี63 กู้469,000ล้าน ซึ่งก็สูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ค่อยแฟร์ที่  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ในอำนาจ3ปี ซึ่งมีการกู้ที่น้อยกว่า พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา

ซึ่ง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการกู้เงินในปี 57 กู้250,000ล้าน ปี56กู้300,000ล้าน ปี55กู้400,000ล้าน ทั้งหมดนี้คือตัวเลข3ปีของ  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเมื่อได้นำเอาไปเทียบกับ  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา

ซึ่งอยู่ในอำนาจ6ปี แต่มันก็ได้เพิ่มขึ้นมาอีก3เท่า ซึ่งก็ถือว่ามันเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเท่าตัวแต่อีกหนึ่งอย่างที่อย่างจะตั้งคำถามว่าถ้า  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ต่อเราไม่แน่ใจว่าตัเลขจะสูงหรือป่าว แต่สิ่งที่เราอยากจะตั้งคำถามว่าจากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในตอนั้นมันจะประมาณเท่าไรซึ่งเราจะได้อะไรกับการกู้ และ ในยุคของ  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ที่ได้กู้มาเยอะขนาดนี้ ประชาชน ได้อะไรจาก  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา บ้าง

ซึ่ง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กู้ครั้งแรกในปี55กู้มาเพราะน้ำท่วม 400,000ล้าน จากนั้นก็ลดลงมาเหลือ  300,000ล้าน และก็ลดลงมาเหลือ 250,000ล้าน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในยุคของ  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นก็ได้มีตัวเลขลดลงมาอย่างต่อเนื่องและถ้าตัวการบริหารจัดการน้ำเสร็จน้ำท่วมน้ำแร้งมันก็จะไม่เกิดและมันก็จะตกลงไปอีกและถ้าหากถามว่า ในปี57 ถ้ากู้ 2ล้านล้าน

ตรงนั้นผ่าน วันนี้ ประชาชนก็มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงกันแล้วและมันไม่ใช่แค่รถไฟความเร็งสูงอย่างเดี่วเพราะคนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดซึ่งรถไฟความเร็วสูงนั้นราคา700,000ล้านและในส่วนที่เหลือนั้นมันคือส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาที่รัฐบาล  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา 6ปี ที่ได้มีการ กู้เงินเอาไป  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา เอาเงินไปไว้ที่ไหน เงินมันไปไหนหมดเงินที่กู้มาไปไหนหมดและเศรษฐกิจก็ไม่โต

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8

อยากลงทุนและก็อยากที่จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

ถ้าเราอยากลงทุนและเราก็อยากที่จะเป็นผู้ชนะในระยะยาวนั้นเราก็จะต้องเริ่มต้นที่ข้อแรกกันก่อน

ข้อที่1ศึกษาธุรกิจที่เราสนใจให้ดีก่อน  เราก็จะต้องศึกษาด้านของธุรกิจที่เราจะเข้าไปซื้อให้ดีก่อนและด้านธุรกิจที่เราจะเข้าไปซื้อนั้น โดยเฉพาะท่านใดที่ได้เป็นมือใหม่ ที่ได้ลงทุนมาเมื่อไม่นานไม่เกินเวลาประมาณ5ปีและก็ไม่เกิน10ปีเราก็ควรจะต้องเราก็ควรต้องซื้อแต่เบอร์1ของอุตสาหกรรมเท่านั้น หรือ ถ้าจะพูดให้ได้เข้าใจได้

โดยง่ายนั้นเราจะซื้อแต่โดยผู้ที่ชนะอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับการทำธุรกิจนั้นในส่วนแรกๆมันก็อาจจะมีนักธุรกิจคู่แข่งในหลายๆคนมีเพลเยอร์อยู่หลายเจ้าและยังได้แข่งกันอีกเยอะและได้มีการแข่งกันไปมาและในบางธุรกิจนั้นจึงไม่เกิดมีผู้ที่ชนะเพราะว่ามันพอๆกัน ซึ่งในด้านปัจจัยในการแข่งขันมันจึงไม่ได้มีใครที่เหนือไปกว่ากันมันจึงไม่เกิดผู้ชนะทำให้เรามองด้านธุรกิจแบบนี้

มันจะยังไม่ค่อยโดนใจแต่ในบางธุรกิจที่ได้แข่งกันไปมานั้นมันก็ได้เจอผู้ชนะ เมื่อเรานั้นได้เจอกับผู้ชนะเราก็จะต้องซื้อกับผู้ที่ชนะเราจะซื้อแต่เบอร์1ของนักธุรกิจและเมื่อเราจะซื้อแต่ผู้ชนะแล้วและเราจะเป็นผู้แพ้ได้อย่างไรและในส่วนนี้เราจะบอกเลยว่ามันได้เป็นอะไรที่ไม่ได้ยากแต่ถ้าหากว่าเรานั้นคิดที่จะทำแล้วมันก็จะต้องมีเสาหลัก

ซึ่งมันได้เป็นข้อแรกที่เรานั้นได้กล่าวออกมาและถ้าหากว่าเรานั้นได้เจอกับผู้ชนะแล้วในจังหวะที่เรานั้นจะเข้าไปซื้อนั้นมันเป็นอะไรที่มันมีความสำคัญเป็นอย่างมากและเราก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับพี่คนหนึ่ง ซึ่งพี่คนนี้เขาได้เรียนจบมาสถาปัตย์ จุฬา และยังได้บอกอีกว่าในทุกๆอย่างของชีวิตมันจะอยู่ที่ Timing มันอยู่ที่เวลาและว่าระ

อีกทั้งได้การซื้อหุ้นก็เหมือนกันต่อจะให้เป็นบริษัทที่ดีถ้าเราเข้าไปซื้อในราคาที่แพงเราก็อาจจะมีสิทธิ์ที่จะขาดทุนได้ ซื้อของดีและแพงมันก็เหมือนกับว่าเรานั้นไปทำการซื้อที่ดินที่ดินแปรงนี้มันได้เป็นโลเคชั่นที่ถูกต้องแต่เรานั้นซื้อแพงเราก็จะมีโอกาสที่จะขาดทุน และ หุ้นก็เหมือนกันบริษัทที่ดีและต่อให้เป็นเบอร์1ถ้าเราซื้อแพงเราก็จะมีโอกาสที่จะผิดพลาดมันได้

เพราะฉะนั้นแล้วในจังหวะที่เรานั้นได้ซื้อเราก็จะต้องใจเย็นๆก็เหมือนกับผู้หญิงที่เวลาซื้อก็อยากที่จะซื้อเยอะๆมันก็เหมือนกับหุ้นของเราและสิ่งที่เราแนะนำควรซื้อ100หุ้นไปก่อนและเราเลือกซื้อหุ้นที่มันได้มีระดับความปลอดภัยที่มันมากพอแล้วสำหรับเรา25%-30%เราเริ่มซื้อก็ควรจะซื้อที่ประมาณ100หุ้นดูก่อน

กระทรวงพาณิชย์ประกาศลดราคาสินค้าบางรายการ

กระทรวงพาณิชย์ประกาศลดราคาสินค้าบางรายการที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องใช้งานหวังช่วยเรื่องของค่าครองชีพจนถึง 30 มิถุนายน 

    มีรายงานข่าวเข้ามาว่ามีสินค้าบางรายการซึ่งจะถูกปรับลดราคาลงมาเพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาประหยัดซึ่งสินค้าทั้งหมดจะมีประมาณ 72 รายการที่สามารถลดราคาได้โดยประชาชนสามารถไปซื้อสินค้าลดราคานี้ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายนปีพศ 2563 โดยทางกระทรวงพาณิชย์หวังว่าการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้

จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่กำลังประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัส Corona กันอยู่โดยข่าวสารในครั้งนี้ถูกโพสต์จาก Facebook ของรัฐบาลซึ่งเป็น Facebookไทยคู่ฟ้า

โดยมีการประกาศผลงานของทางกระทรวงพาณิชย์ที่สามารถไปเจรจากับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของประเทศให้ทำการลดราคาสินค้าให้กับประชาชนได้ซื้อมาบริโภคในช่วงนี้โดยสินค้านี้จะสามารถหาซื้อได้ทั่วประเทศซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำเป็นโดยการลดราคาสินค้านี้จะลดมากสูงสุดถึง 58% ซึ่งสินค้าที่ลดราคานี้จะมีทั้งหมดถึง 72 รายการด้วยกัน

โดยทางกระทรวงพาณิชย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการช่วยลดราคาสินค้าพวกนี้จะทำให้ประชาชนสามารถดำรงอยู่ได้ในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสยังคงสูงอยู่เป็นการช่วยเหลือเรื่องของค่าครองชีพให้กับประชาชนภายในประเทศซึ่งหมวดหมู่ของสินค้าที่จะลดลงมานั้นได้แก่พวกหมวดอาหารและเครื่องดื่ม     

และหมวดที่เป็นสินค้าแช่แข็ง หมวดเครื่องปรุงซอสปรุงรสต่างๆ หมวดสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หมวดสินค้าสำหรับทำความสะอาดร่างกาย และหมวดสินค้าทำความสะอาดเสื้อผ้าและจาน ซึ่งแต่ละหมวดนั้นก็จะมีเปอร์เซ็นต์การลดที่แตกต่างกันออกไป 8 จะสามารถลดได้เต็มที่สูงสุด 50% ถึง 58 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียวโดยถ้าเกิดประชาชนคนไหนต้องการซื้อสินค้าในราคาพิเศษก็สามารถเริ่มที่จะซื้อได้ในช่วงนี้แล้ว

            หากถามว่าการที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาประกาศช่วยเหลือเยียวยาประชาชนด้วยการลดสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการนั้นสามารถช่วยเหลือประชาชนได้หรือไม่คงต้องตอบว่าสามารถช่วยเหลือได้สำหรับประชาชนบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังพอมีเงินที่จะนำไปซื้อสินค้าเหล่านี้มาไว้ใช้งานแต่ในปัจจุบันประชาชนคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งกำลังได้รับความลำบาก

เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่มีเงินติดตัวมากพอที่จะสามารถนำเงินไปซื้อสินค้าเหล่านี้แม้ว่าสินค้าเหล่านี้จะมีการลดราคาลงมาให้มากก็จริงดังนั้นการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบปัญหาขาดแคลนอาจจะต้องมีการเพิ่มการช่วยเหลือให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะตอนนี้ประชาชน ตามสลัมต่างๆจะเห็นได้ว่าแต่ละคนไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อกิน ดังนั้นคงไม่มีใครมีเงินไปซื้อของเหล่านี้มาใช้ได้แน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  entaplay casino

ยักษ์ใหญ่เจอโควิด ก็ไปต่อไม่เป็น

สถานการณ์โควิด19 นั้น ยังคงระบาดไปทั่วโลก และมีอัตราการกระจายที่ลุกลามขยายวงกว้าง ซึ่งทำให้มีอัตราผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด19 นั้น มียอดจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน รวมไปถึงอัตราการเสียชีวิต ก็มีเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งแต่ละประเทศ ก็มีมาตรการป้องกันของประเทศตัวเองไปตามยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะใช้หลักการเดียวกันคือ เว้นระยะห่างจากสังคม

และพยายามอยู่ในบ้านให้มากที่สุดอย่าออกไปไหน ซึ่งมาตรการเหล่านี้ก็จะส่งผลต่อธุรกิจในหลายๆด้าน กระทบกันเป็นลูกโซ่ไป ซึ่งอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้ ธุรกิจท่องเที่ยวที่เหมือนหยุดสนิทไปก่อนหน้านั้นตั้งแต่ต้น จนตามมาด้วยธุรกิจการบินที่เหมือนทุกสายการบินถูกไข้ไวรัสระบาดนี้สอยหล่นลงมาเป็นแถบๆ จากบนฟ้า ตามมาล่าสุดคือธุรกิจที่พักของโรงแรม ที่ตอนนี้ทั่วประเทศ และทั่วโลกมียอดจองโรงแรมต่อเดือนเหลือไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยิ่งประเทศไทยนั้นคงไม่ต้องผู้ถึง เพราะธุรกิจการโรงแรมของประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ที่อยู่กันได้ก็เพราะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ประเทศไทยกันค่อนข้างเยอะ และเกือบครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องการแพร่ระบาดไข้ไวรัส นี้ขึ้นบาดก็ทำให้ธุรกิจนี้ซบเซาไปอย่างน่าใจหาย จนล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่างโรงแรมเซ็นทาร่า และโรงแรมในเครือ ก็ไปต่อไม่ไหวต้องขอหยุดกิจการเบื้องต้นเป็นเวลาหนึ่งเดือน ย้ำว่าเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสุดท้ายคงต้องดูสถานการณ์การคลี่คลายของการป้องกันการแพร่ระบาดไข้ไวรัสตัวนี้กันก่อนว่าเป็นอย่างไร

โดยตอนนี้มีการประกาศปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป รวมถึงโรงแรมในเครือทั้งหมดยี่สิบแปดแห่งทั่วโลก ส่วนในเรื่องของรายได้พนักงานนั้น ทางโรงแรมจะทำการจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ้นต์ ของเงินเดือน ซึ่งจะมีผลกับพนักงานประจำโรงแรมทั้งหมด ยี่สิบแปดแห่ง

ซึ่งจะรวมถึงที่ต่างประเทศมัลดีลฟ์ จำนวน สองแห่ง และที่ศรีลังกา อีกหนึ่งแห่งด้วย และในส่วนของพนักงานนั้น ทางโรงแรมยังคงให้มีสวัสดิการสำหรับพนักงานเหมือนเดิม และได้มีการกระจายการทำงานให้กับพนักงานที่ได้รับมอบหมายของโรงแรมให้ทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อที่จะได้เป็นการร่วมมือกับรัฐบาลที่ออกพระราชกำหนด อีกทางหนึ่ง

ซึ่งทางโรงแรมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สถานการณ์อันเลวร้ายนี้ จะถูกป้องกันและแก้ไขได้โดยเร็ว รวมถึงทางโรงแรมยังเตรียมการที่จะฟื้นฟูหลังจากทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว ให้มีนักท่องเที่ยวกลับมาพักที่ประเทศไทย อีกครั้งหนึ่ง ร่วมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่า โรงแรมจะมีมาตราฐานในเรื่องความสะอาดและปลอดภัย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88