การให้ข้อมูลเท็จสหภาพการบินไทย

การให้ข้อมูลเท็จสหภาพการบินไทย ใส่ร้าย  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ว่าขาดทุน

วันนี้เรามาดูตัวเลขและการขาดทุนกำไรใน  ยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  กับ ประยุทธ์ จันทร์โอชา  มันต่างกันยังไง เมื่อได้เทียบกันแล้ว โดยเฉลี่ยนั้น ในช่วงของยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้เป็นนายก นั้นการบินไทยก็ได้มีกำไรอย่างต่อเนื่อง กำไรในยุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  นั้น ก็จะอยู่ที่โซนประมาณ 1หมื่นล้านบาท 1.2พันล้านบาท

ก็จะเฉลี่ยออกมาประมาณนี้ และ ถ้าเกิดว่า5ปีได้เฉลี่ยออกมามันก็จะประมาณ 8 พันล้านบาท เอา5ปีมารวมๆกัน สำหรับรายได้ของการบินไทยที่ได้มี  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกในยุคนั้น ก็ได้เริ่มต้นที่ประมาณ 192,037.02 กว่าล้านบาท และได้ปิดในปี พ.ศ.2549 ที่  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  ได้ถูกรัฐประหารก็คือ  192,037.02 หมื่นล้าน ภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี

ของการบินไทย ที่ได้อยู่ในช่วงของยุต พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และ จากรายได้จาก 1.3แสนล้าน เป็น 1.9หมื่นล้าน หรือได้เติบโตขึ้นมากลายเป็น 6หมื่นล้าน ในขณะที่การบินไทย สหภาพการบินไทยได้บอกว่า  พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นั้นได้ทำการบินไทยเจ๊งจะบ้าไปแล้วไปบอกว่ายุค พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ทำการบินไทย เจ๊งได้ยังไง ดังนั้น สหภาพการบินไทยควรที่จะไปเรียนมาใหม่และทำความเข้าใจและให้สหภาพกลับไปเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐานใหม่สักหน่อยนะ

ต่อมาเรามาดูผลงานของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกของ สหภาพการบินไทยเก่งมากเหลือเกินมันเป็นยังไง  ผลงานของประยุทธ์ จันทร์โอชาขวัญใจของการบินไทยโดยเฉพาะสหภาพการบินไทยหรือว่าอดีตประธานที่ยังได้พวงพันธ์กับการบินไทยมีอิทธิพลเหนือการบินไทย  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกในปีแรก กานบินไทยได้ขาดทุนอยู่ 1.5พันล้าน จากนั้น  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกในปีที่2 ทำให้การบินไทยขาดทุนจำนวน 1.3พันล้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

เป็นนายกปีที่3 ได้มีกำไรอย่างมหาสารมากเลยจริงๆ กำไรแค่ 46.82 ล้านบาท  เห็นแล้วขนลุกมากถึงความสามารถในการทำกำไรของการบินไทย พนังงานเป็นหมื่นๆได้กำไรเพียงแค่  46ล้านบาท  หลังจากนั้นมา ปี60 ก็ขาดทุนไปอีก 2พันล้านบาท และ ปี61ก็ขาดทุนอีก 1.1พันล้านบาท และในปี 62 ก็ขาดทุนไปอีก 1.2พันล้านบาท มันเป็นตัวเลขที่ไม่ม่ีความสวยงามให้กับประชาชน แต่มันอาจจะสวยงามในสายตาของ   สหภาพการบินไทย 

เพราะว่าชอบ   พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  รายได้รวมที่  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกนั้น อยู่ที่ 2แสนกว่าล้าน แต่รายได้ในปัจจุบันรวมกันได้เพียงแค่ 1.88พันล้านเพราะฉะนั้น 6ปีในยุคของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้หายไป 3หมื่นล้านบาท มันเป็นผลงานที่หน้าประทับใจเหลือเกิน เพราะฉะนั้นมันก็ยังได้เป็นตัวเลขที่จะตั้งคำถามต่อไปอีกว่า ( สหภาพการบินไทย ) นั้นกำลังเล่นอะไรอยู่ ต้องการเงินอุ้มธุรกิจของตัวเองเราก็เข้าใจแต่วิธีอุ้มธุรกิจตัวเองโดยการ ให้ข้อมูลเท็จ  ที่โจมตี (  คุณ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  ) นั้นพวกคุณทำไปเพื่ออะไรทำไปเพื่อเอาใจ  พลเอก ประยุทธ์หรือไม่ เพราะรู้ว่า พลเอก ประยุทธ์ นั้นเกลียด พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร 

เพราะฉะนั้นหากว่าอย่างให้    พลเอก ประยุทธ์   ยอมช่วยการบินไทย ต้องด่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และ อวย พลเอก ประยุทธ์  แต่บังเอิญการอวยในกรณีนี้ข้อมูลมันผิด เมื่อมันมีข้อมูลผิดสหภาพแรงงานการบินไทย สังคมไม่หน้าเชื่อถือ สังคมล้มละลายต้องลบโพสของตัวเองในเรื่องนี้ทิ้งไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับ  เกรียน คีย์บอร์ด สหภาพการบินไทยบทบาที่คุณนั้นได้ทำมามันกำลังทำร้ายตัวคุณเองและมันอาจจะทำให้คุณนั้นไม่มีโอกาสได้เงินเยียวยาอย่างที่คุณนั้นคิดเองไว้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 slot

ปรับแผนตารางการเดินรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วน

ปรับแผนตารางการเดินรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วนและกำหนดคนเข้าใช้บริการได้ขบวนละ 1 ใน 4 จากที่เคยใช้บริการเท่านั้น

         จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีการแชร์ภาพการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า BTS ในวันแรกซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่ามีผู้คนเป็นจำนวนมากที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าในวันดังกล่าวทำให้ขบวนรถไฟฟ้าในแต่ละกระบวนมีประชาชนเข้าไปรวมกันในขบวนรถไฟ BTS อย่างหนาแน่นโดยทำให้หลายคนที่เห็นภาพดังกล่าวเกิดความกลัวว่าหากยังคงเดินทางกันหนาแน่นแบบนี้ไม่เว้นระยะห่างกัน

เหมือนที่เคยมีการประกาศใช้ร่วมกันมาจะทำให้มีผลต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นไปด้วยความยากลำบากซึ่งมีแนวโน้มว่าหากยังคงเป็นเช่นนี้อยู่การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่เราสามารถควบคุมได้แล้วนั้นจะย้อนกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่งแน่นอนซึ่งหลังจากเรื่องนี้มีการเผยแพร่ออกไปทางนายกรัฐมนตรีเอง

ก็ได้มีกาดลงมาให้กับหน่วยงานราชการต่างๆช่วยกันดูแลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่จะต้องมีการดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษซึ่งทางกระทรวงคมนาคมเองก็ได้มีการประสานงานกับทางรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT โดยการกำหนดชั่วโมงเร่งด่วนว่าขอให้มีการเดินรถไฟฟ้าให้เยอะขบวนมากกว่าที่เป็นอยู่ซึ่งทางรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT ออกมาระบุว่าในปัจจุบันนี้

สามารถทำได้เต็มที่ในการเดินขบวนรถไฟฟ้าแต่ละขบวนเว้นระยะห่างกันอยู่ที่ 3 นาทีเท่านั้นไม่สามารถทำกว่านี้ได้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเองเนื่องจากแต่ละขบวนจะต้องมีการเว้นระยะห่างกันด้วยเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้เบรคได้ทันและมีการกำหนดเอาไว้แล้วว่าผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการรถไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นของ BTS หรือ MRT นั้น

จะต้องมีการเว้นระยะห่างกันซึ่งมีการกำหนดจุดไว้แล้วทั้งนี้ผู้โดยสารเองก็จะต้องมีการดูแลตัวเองในการยืนตามจุดที่ทางสถานีรถไฟฟ้าได้มีการกำหนดเอาไว้ให้ส่วนการดูแลจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการรถไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลานั้นจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยกำหนดจำนวนผู้โดยสารให้เข้าไปใช้บริการได้

ซึ่งจากเดิมที่ก่อนจะมีสถานการณ์ไวรัสโคโรน่านั้นมีจำนวนเท่าไหร่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมีการควบคุมไม่เกิน 1 ใน 4 ของผู้ที่เคยใช้บริการเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเองและที่นั่งก็มีการกำหนดที่นั่งเอาไว้แล้วโดยให้นั่งเว้นระยะห่างกัน 1 เก้าอี้ซึ่งทางรถไฟฟ้าเองก็ออกมาประกาศขอความร่วมมือกับทางประชาชนที่จะไปใช้บริการรถไฟฟ้าว่าให้สวมใส่หน้ากากอนามัย

และใช้เจลล้างมือรวมถึงการเว้นระยะห่างกันตามที่มีการทำเครื่องหมายเอาไว้ให้อีกทั้งทางการไฟฟ้าเองก็อยากจะขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนรวมถึงบริษัทต่างๆ

ว่าหากเป็นไปได้ให้เปลี่ยนช่วงเวลาการเดินทางและบริษัทไหนที่ยังสามารถให้ลูกจ้างทำงานอยู่ที่บ้านได้ยังต้องการขอความร่วมมือให้ทำแบบเดิมไปก่อนจนกว่าจะผ่านพ้นช่วงวิกฤติของไวรัสโคโรนาครั้งนี้ไปได้ซึ่งโดยสรุปแล้วตอนนี้ที่ทางด้วยไฟฟ้าสามารถทำได้ก็คือในแต่ละขบวนนั้นสามารถบรรจุผู้โดยสารได้ไม่เกินขบวนละ 250 คนเท่านั้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb888

ทำไมเศรษฐกิจถึงไม่โต

พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา กู้เงินมา แล้วเงินไปไหนหมด ทำไมเศรษฐกิจถึงไม่โต

พอได้มีการออกมาพูดถึงรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลการกู้ของรัฐบาล ถ้าจะถามว่าในอดีตนั้น รัฐบาลของ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในภายใต้การบริหารงานเพียงแค่3ปีเท่านั้น การกู้เงินของ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าให้บอกการกู้มันจะค่อยๆลดลงมา เพราะรัฐบาลนั้นได้มีแผนอยู่แล้วในอนาคตว่าจะทำงบประมาณให้สมดุลเพราะฉะนั้นตนเองก็ได้มีการกู้เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน2ล้านล้าน

ช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำท้วมมันก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้อง กู้ในช่วงแรกเข้ามาเยอะนิดนึงและในช่วงหลังก็จะเป็นการวางแผนการกู้เพื่อในอนาคตและก็เพื่อที่จะขยายเศรษฐกิจและมันก็จะได้เม็ดเงินกลับเข้ามาเพื่อลดหนี้สินในที่สุดแต่ในสมัยนั้นจะกู้2ล้านล้านจะเป็นจะตายจะต้องฝ่ายสภา แต่พอมาถึงยุคนี้1ล้านล้าน 1.9ล้านล้าน และก่อนหน้านั้นเป็น ค.ช.ส. ก็ได้มีสภาฝักถั่ว

ซึ่งในปี58 รัฐบาล พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา  กู้250,000ล้าน ปี59 กู้390,000ล้าน ปี60 กู้390,000ล้าน ปี61 กู้450,000ล้าน ปี62 กู้450,000ล้าน ปี63 กู้469,000ล้าน ซึ่งก็สูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ค่อยแฟร์ที่  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ในอำนาจ3ปี ซึ่งมีการกู้ที่น้อยกว่า พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา

ซึ่ง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการกู้เงินในปี 57 กู้250,000ล้าน ปี56กู้300,000ล้าน ปี55กู้400,000ล้าน ทั้งหมดนี้คือตัวเลข3ปีของ  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเมื่อได้นำเอาไปเทียบกับ  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา

ซึ่งอยู่ในอำนาจ6ปี แต่มันก็ได้เพิ่มขึ้นมาอีก3เท่า ซึ่งก็ถือว่ามันเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเท่าตัวแต่อีกหนึ่งอย่างที่อย่างจะตั้งคำถามว่าถ้า  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ต่อเราไม่แน่ใจว่าตัเลขจะสูงหรือป่าว แต่สิ่งที่เราอยากจะตั้งคำถามว่าจากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในตอนั้นมันจะประมาณเท่าไรซึ่งเราจะได้อะไรกับการกู้ และ ในยุคของ  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ที่ได้กู้มาเยอะขนาดนี้ ประชาชน ได้อะไรจาก  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา บ้าง

ซึ่ง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กู้ครั้งแรกในปี55กู้มาเพราะน้ำท่วม 400,000ล้าน จากนั้นก็ลดลงมาเหลือ  300,000ล้าน และก็ลดลงมาเหลือ 250,000ล้าน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในยุคของ  คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นก็ได้มีตัวเลขลดลงมาอย่างต่อเนื่องและถ้าตัวการบริหารจัดการน้ำเสร็จน้ำท่วมน้ำแร้งมันก็จะไม่เกิดและมันก็จะตกลงไปอีกและถ้าหากถามว่า ในปี57 ถ้ากู้ 2ล้านล้าน

ตรงนั้นผ่าน วันนี้ ประชาชนก็มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงกันแล้วและมันไม่ใช่แค่รถไฟความเร็งสูงอย่างเดี่วเพราะคนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดซึ่งรถไฟความเร็วสูงนั้นราคา700,000ล้านและในส่วนที่เหลือนั้นมันคือส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาที่รัฐบาล  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา 6ปี ที่ได้มีการ กู้เงินเอาไป  พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา เอาเงินไปไว้ที่ไหน เงินมันไปไหนหมดเงินที่กู้มาไปไหนหมดและเศรษฐกิจก็ไม่โต

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8

อยากลงทุนและก็อยากที่จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

ถ้าเราอยากลงทุนและเราก็อยากที่จะเป็นผู้ชนะในระยะยาวนั้นเราก็จะต้องเริ่มต้นที่ข้อแรกกันก่อน

ข้อที่1ศึกษาธุรกิจที่เราสนใจให้ดีก่อน  เราก็จะต้องศึกษาด้านของธุรกิจที่เราจะเข้าไปซื้อให้ดีก่อนและด้านธุรกิจที่เราจะเข้าไปซื้อนั้น โดยเฉพาะท่านใดที่ได้เป็นมือใหม่ ที่ได้ลงทุนมาเมื่อไม่นานไม่เกินเวลาประมาณ5ปีและก็ไม่เกิน10ปีเราก็ควรจะต้องเราก็ควรต้องซื้อแต่เบอร์1ของอุตสาหกรรมเท่านั้น หรือ ถ้าจะพูดให้ได้เข้าใจได้

โดยง่ายนั้นเราจะซื้อแต่โดยผู้ที่ชนะอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับการทำธุรกิจนั้นในส่วนแรกๆมันก็อาจจะมีนักธุรกิจคู่แข่งในหลายๆคนมีเพลเยอร์อยู่หลายเจ้าและยังได้แข่งกันอีกเยอะและได้มีการแข่งกันไปมาและในบางธุรกิจนั้นจึงไม่เกิดมีผู้ที่ชนะเพราะว่ามันพอๆกัน ซึ่งในด้านปัจจัยในการแข่งขันมันจึงไม่ได้มีใครที่เหนือไปกว่ากันมันจึงไม่เกิดผู้ชนะทำให้เรามองด้านธุรกิจแบบนี้

มันจะยังไม่ค่อยโดนใจแต่ในบางธุรกิจที่ได้แข่งกันไปมานั้นมันก็ได้เจอผู้ชนะ เมื่อเรานั้นได้เจอกับผู้ชนะเราก็จะต้องซื้อกับผู้ที่ชนะเราจะซื้อแต่เบอร์1ของนักธุรกิจและเมื่อเราจะซื้อแต่ผู้ชนะแล้วและเราจะเป็นผู้แพ้ได้อย่างไรและในส่วนนี้เราจะบอกเลยว่ามันได้เป็นอะไรที่ไม่ได้ยากแต่ถ้าหากว่าเรานั้นคิดที่จะทำแล้วมันก็จะต้องมีเสาหลัก

ซึ่งมันได้เป็นข้อแรกที่เรานั้นได้กล่าวออกมาและถ้าหากว่าเรานั้นได้เจอกับผู้ชนะแล้วในจังหวะที่เรานั้นจะเข้าไปซื้อนั้นมันเป็นอะไรที่มันมีความสำคัญเป็นอย่างมากและเราก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับพี่คนหนึ่ง ซึ่งพี่คนนี้เขาได้เรียนจบมาสถาปัตย์ จุฬา และยังได้บอกอีกว่าในทุกๆอย่างของชีวิตมันจะอยู่ที่ Timing มันอยู่ที่เวลาและว่าระ

อีกทั้งได้การซื้อหุ้นก็เหมือนกันต่อจะให้เป็นบริษัทที่ดีถ้าเราเข้าไปซื้อในราคาที่แพงเราก็อาจจะมีสิทธิ์ที่จะขาดทุนได้ ซื้อของดีและแพงมันก็เหมือนกับว่าเรานั้นไปทำการซื้อที่ดินที่ดินแปรงนี้มันได้เป็นโลเคชั่นที่ถูกต้องแต่เรานั้นซื้อแพงเราก็จะมีโอกาสที่จะขาดทุน และ หุ้นก็เหมือนกันบริษัทที่ดีและต่อให้เป็นเบอร์1ถ้าเราซื้อแพงเราก็จะมีโอกาสที่จะผิดพลาดมันได้

เพราะฉะนั้นแล้วในจังหวะที่เรานั้นได้ซื้อเราก็จะต้องใจเย็นๆก็เหมือนกับผู้หญิงที่เวลาซื้อก็อยากที่จะซื้อเยอะๆมันก็เหมือนกับหุ้นของเราและสิ่งที่เราแนะนำควรซื้อ100หุ้นไปก่อนและเราเลือกซื้อหุ้นที่มันได้มีระดับความปลอดภัยที่มันมากพอแล้วสำหรับเรา25%-30%เราเริ่มซื้อก็ควรจะซื้อที่ประมาณ100หุ้นดูก่อน

กระทรวงพาณิชย์ประกาศลดราคาสินค้าบางรายการ

กระทรวงพาณิชย์ประกาศลดราคาสินค้าบางรายการที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องใช้งานหวังช่วยเรื่องของค่าครองชีพจนถึง 30 มิถุนายน 

    มีรายงานข่าวเข้ามาว่ามีสินค้าบางรายการซึ่งจะถูกปรับลดราคาลงมาเพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาประหยัดซึ่งสินค้าทั้งหมดจะมีประมาณ 72 รายการที่สามารถลดราคาได้โดยประชาชนสามารถไปซื้อสินค้าลดราคานี้ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายนปีพศ 2563 โดยทางกระทรวงพาณิชย์หวังว่าการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้

จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่กำลังประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัส Corona กันอยู่โดยข่าวสารในครั้งนี้ถูกโพสต์จาก Facebook ของรัฐบาลซึ่งเป็น Facebookไทยคู่ฟ้า

โดยมีการประกาศผลงานของทางกระทรวงพาณิชย์ที่สามารถไปเจรจากับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของประเทศให้ทำการลดราคาสินค้าให้กับประชาชนได้ซื้อมาบริโภคในช่วงนี้โดยสินค้านี้จะสามารถหาซื้อได้ทั่วประเทศซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำเป็นโดยการลดราคาสินค้านี้จะลดมากสูงสุดถึง 58% ซึ่งสินค้าที่ลดราคานี้จะมีทั้งหมดถึง 72 รายการด้วยกัน

โดยทางกระทรวงพาณิชย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการช่วยลดราคาสินค้าพวกนี้จะทำให้ประชาชนสามารถดำรงอยู่ได้ในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสยังคงสูงอยู่เป็นการช่วยเหลือเรื่องของค่าครองชีพให้กับประชาชนภายในประเทศซึ่งหมวดหมู่ของสินค้าที่จะลดลงมานั้นได้แก่พวกหมวดอาหารและเครื่องดื่ม     

และหมวดที่เป็นสินค้าแช่แข็ง หมวดเครื่องปรุงซอสปรุงรสต่างๆ หมวดสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หมวดสินค้าสำหรับทำความสะอาดร่างกาย และหมวดสินค้าทำความสะอาดเสื้อผ้าและจาน ซึ่งแต่ละหมวดนั้นก็จะมีเปอร์เซ็นต์การลดที่แตกต่างกันออกไป 8 จะสามารถลดได้เต็มที่สูงสุด 50% ถึง 58 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียวโดยถ้าเกิดประชาชนคนไหนต้องการซื้อสินค้าในราคาพิเศษก็สามารถเริ่มที่จะซื้อได้ในช่วงนี้แล้ว

            หากถามว่าการที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาประกาศช่วยเหลือเยียวยาประชาชนด้วยการลดสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการนั้นสามารถช่วยเหลือประชาชนได้หรือไม่คงต้องตอบว่าสามารถช่วยเหลือได้สำหรับประชาชนบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังพอมีเงินที่จะนำไปซื้อสินค้าเหล่านี้มาไว้ใช้งานแต่ในปัจจุบันประชาชนคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งกำลังได้รับความลำบาก

เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่มีเงินติดตัวมากพอที่จะสามารถนำเงินไปซื้อสินค้าเหล่านี้แม้ว่าสินค้าเหล่านี้จะมีการลดราคาลงมาให้มากก็จริงดังนั้นการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบปัญหาขาดแคลนอาจจะต้องมีการเพิ่มการช่วยเหลือให้มากขึ้นกว่านี้ เพราะตอนนี้ประชาชน ตามสลัมต่างๆจะเห็นได้ว่าแต่ละคนไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อกิน ดังนั้นคงไม่มีใครมีเงินไปซื้อของเหล่านี้มาใช้ได้แน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  entaplay casino

ยักษ์ใหญ่เจอโควิด ก็ไปต่อไม่เป็น

สถานการณ์โควิด19 นั้น ยังคงระบาดไปทั่วโลก และมีอัตราการกระจายที่ลุกลามขยายวงกว้าง ซึ่งทำให้มีอัตราผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด19 นั้น มียอดจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน รวมไปถึงอัตราการเสียชีวิต ก็มีเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งแต่ละประเทศ ก็มีมาตรการป้องกันของประเทศตัวเองไปตามยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะใช้หลักการเดียวกันคือ เว้นระยะห่างจากสังคม

และพยายามอยู่ในบ้านให้มากที่สุดอย่าออกไปไหน ซึ่งมาตรการเหล่านี้ก็จะส่งผลต่อธุรกิจในหลายๆด้าน กระทบกันเป็นลูกโซ่ไป ซึ่งอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้ ธุรกิจท่องเที่ยวที่เหมือนหยุดสนิทไปก่อนหน้านั้นตั้งแต่ต้น จนตามมาด้วยธุรกิจการบินที่เหมือนทุกสายการบินถูกไข้ไวรัสระบาดนี้สอยหล่นลงมาเป็นแถบๆ จากบนฟ้า ตามมาล่าสุดคือธุรกิจที่พักของโรงแรม ที่ตอนนี้ทั่วประเทศ และทั่วโลกมียอดจองโรงแรมต่อเดือนเหลือไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยิ่งประเทศไทยนั้นคงไม่ต้องผู้ถึง เพราะธุรกิจการโรงแรมของประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ที่อยู่กันได้ก็เพราะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ประเทศไทยกันค่อนข้างเยอะ และเกือบครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องการแพร่ระบาดไข้ไวรัส นี้ขึ้นบาดก็ทำให้ธุรกิจนี้ซบเซาไปอย่างน่าใจหาย จนล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่างโรงแรมเซ็นทาร่า และโรงแรมในเครือ ก็ไปต่อไม่ไหวต้องขอหยุดกิจการเบื้องต้นเป็นเวลาหนึ่งเดือน ย้ำว่าเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสุดท้ายคงต้องดูสถานการณ์การคลี่คลายของการป้องกันการแพร่ระบาดไข้ไวรัสตัวนี้กันก่อนว่าเป็นอย่างไร

โดยตอนนี้มีการประกาศปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป รวมถึงโรงแรมในเครือทั้งหมดยี่สิบแปดแห่งทั่วโลก ส่วนในเรื่องของรายได้พนักงานนั้น ทางโรงแรมจะทำการจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ้นต์ ของเงินเดือน ซึ่งจะมีผลกับพนักงานประจำโรงแรมทั้งหมด ยี่สิบแปดแห่ง

ซึ่งจะรวมถึงที่ต่างประเทศมัลดีลฟ์ จำนวน สองแห่ง และที่ศรีลังกา อีกหนึ่งแห่งด้วย และในส่วนของพนักงานนั้น ทางโรงแรมยังคงให้มีสวัสดิการสำหรับพนักงานเหมือนเดิม และได้มีการกระจายการทำงานให้กับพนักงานที่ได้รับมอบหมายของโรงแรมให้ทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อที่จะได้เป็นการร่วมมือกับรัฐบาลที่ออกพระราชกำหนด อีกทางหนึ่ง

ซึ่งทางโรงแรมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สถานการณ์อันเลวร้ายนี้ จะถูกป้องกันและแก้ไขได้โดยเร็ว รวมถึงทางโรงแรมยังเตรียมการที่จะฟื้นฟูหลังจากทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว ให้มีนักท่องเที่ยวกลับมาพักที่ประเทศไทย อีกครั้งหนึ่ง ร่วมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่า โรงแรมจะมีมาตราฐานในเรื่องความสะอาดและปลอดภัย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88

คณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอนุมัติการแจกเงินให้กับคนจน

 ประเทศไทยมาถึงในสภาวะที่คนจนไม่มีงานทำคนรวยต้องปิดกิจการเหลือเพียงพวกเจ้าสัวเท่านั้นที่ยังคงครองความยิ่งใหญ่โดยสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยในตอนนี้ผู้เป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางต่างก็พบปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินและไม่มีเงินทุนมาหมุนเวียนของค่าใช้จ่ายให้กับกิจการของตนเองจึงต้องมีการปิดกิจการไปส่งผลกระทบให้กับประชาชนทั่วไปที่ทำงานเป็นลูกจ้างและพนักงานของร้านหรือบริษัทต่างๆเหล่านั้นต้องถูกเลิกจ้าง

ซึ่งทำให้เกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศไทยตกงานไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละวันหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลต้องมีการช่วยเหลือออกมาตรการดูแลประชาชนให้ดีมากกว่านี้และยิ่งล่าสุดที่รัฐบาลมีการประกาศให้สถานบริการ   สถานบันเทิง ตลาดห้างร้านค้าต่างๆให้ปิดกิจการและบริการเป็นการชั่วคราวไปก่อนเป็นระยะเวลาประมาณถึง 14 วันด้วยกันยิ่งทำให้ประชาชนมีผลกระทบมากขึ้นกว่าเดิมเอาเมื่อบริษัทต้องหยุดกิจการชั่วคราวก็ไม่มีการจ่ายค่าแรงงาน

ส่งผลให้ประชาชนไม่มีเงินที่จะนำมาซื้อกินซื้อใช้ในแต่ละวันดังนั้นคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกับพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีรวมถึงมีการประชุมร่วมกับมนตรีกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการที่จะออกมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลานี้โดยมีการเห็นสมควรกันว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19นี้จะมีการออกนโยบายงบประมาณของแผ่นดินออกมาแจกจ่ายให้กับประชาชนได้ใช้สอยเลยครั้งแรก

มีนโยบายที่จะจ่ายเงินให้กับประชาชนคนละ 2,000 บาทเป็นระยะเวลา 2 เดือนโดยแบ่งจ่ายเป็นเดือนละ 1,000 บาทซึ่งจะต้องให้ประชาชนเข้ามาทำการลงทะเบียนแต่ในครั้งแรกได้มีการต่อต้านออกมามากมายถึงการนำเงินมาแจกจ่ายเพราะแทบจะมองไม่เห็นผลประโยชน์อะไรเลยกับประชาชนเนื่องจากว่าการได้รับเงินจำนวน 2,000 บาทนี้ใช้ไปไม่นานก็จะหมดลง

แต่ก็ไม่ได้ ดีขึ้นซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาวสำหรับประชาชนเลยหลายคนอยากให้นำเงินแต่คนละ 2000 บาทนี้นำไปพัฒนาเศรษฐกิจจะดีกว่าโครงการนี้จึงได้มีการระงับออกไปชั่วคราว ก่อนแต่อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลก็ได้มีการออกมาเชิญชวนให้กับประชาชนที่ยังพอมีรายได้ช่วยเหลือตัวเองและพอจะช่วยเหลือสังคมได้ให้มาบริจาคเงินสูตรโครงการบัญชีกองทุนการแก้ไขปัญหาการแก้การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19เพื่อจะได้นำเงินทุนเหล่านี้ไปร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

       สำหรับที่มีการต่อต้านเกี่ยวกับเรื่องของการแจกเงินคนละ 2000 บาทนั้นเนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่าการแจกเงินให้กับคนจนและเกษตรกรเป็นการแจกเงินให้เฉพาะคนบางกลุ่มแต่ในขณะนี้คนที่ได้รับผลกระทบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ไม่ได้มีแค่คนจนและเกษตรกรเท่านั้นแต่คนที่เคยมีฐานะร่ำรวยก็กำลังประสบปัญหากลายมาเป็นคนจนเราเช่นเดียวกันเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังแย่ดังนั้นการนำเงินภาษีของประชาชนมาแจกจ่ายเฉพาะคนบางกลุ่มจึงมีหลายฝ่ายที่เห็นว่าไม่สมควรทำ 

เศรษฐกิจกำลังแย่ธนาคารอ้างจะช่วยประชาชน

เศรษฐกิจกำลังแย่ธนาคารอ้างจะช่วยประชาชนสุดท้ายเหมือนช่วยไม่จริงดูแล้วเป็นการเอาเปรียบมากกว่า

       จากกรณีที่ทางรัฐบาลได้มีการประกาศออกมาเกี่ยวกับความช่วยเหลือที่มีการปรึกษาหารือกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยให้กับประชาชนที่มีหนี้กับบัตรเครดิตหรือกู้เงินเพื่อการซื้อสินค้าต่างๆโดยทางธนาคารแต่ละแห่งก็มีการออกเงินไขมาให้ประชาชนเข้าไปติดต่อเพื่อทำการยื่นเรื่องขอยืดเวลาการชำระหนี้ส่วนใหญ่ก็แบ่งเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนถึง 6 เดือนแต่แต่ละธนาคารต่างก็มีเงื่อนไขออกมาให้ประชาชนได้มองออกว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้

เป็นการช่วยเหลือที่ไม่จริงใจและเหมือนเป็นการเอาเปรียบประชาชนซะมากกว่าเพราะส่วนใหญ่เงื่อนไขของแต่ละธนาคารที่ออกมานั้นเรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนแต่อย่างใดเลยอย่างเช่นกันให้ยืดระยะเวลาการชำระค่างวดการจ่ายบ้านออกไปให้เหลือเพียงการจ่ายดอกเบี้ยเท่านั้นเป็นระยะเวลา 6 เดือนแต่เมื่อคำนวณยอดการจ่ายดอกเบี้ยแล้วเป็นการจ่ายที่สูงมากเพราะมีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยเดิมที่เคยจ่ายเป็นประจำ

โดยมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยชั่วคราวขึ้นมาซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นการเอาเปรียบลูกหนี้มากกว่าเป็นการช่วยเหลือโดยข้อมูลนี้นายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีรับทราบถึงปัญหาแล้วและมีการออกมาบอกกับประชาชนผ่านทางสื่อว่าได้มีการปรึกษาหารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วว่าการช่วยเหลือประชาชนควรจะมีการช่วยเหลืออย่างจริงใจในช่วงนี้ไม่ใช่เป็นการเอารัดเอาเปรียบลูกหนี้ซึ่งถ้าหากลูกหนี้คนไหนพบว่าเมื่อติดต่อธนาคารแล้วตัวเองยังโดนถูกเอารัดเอาเปรียบดูแล้วไม่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือให้ติดต่อประสานงานร้องเรียนได้ที่กระทรวงการคลังเลย

เพราะตอนนี้หลายฝ่ายควรจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งในขณะนี้เองนายสมคิดก็ได้มีการปรึกษาหารือเพื่อจะช่วยเหลือบริษัททัวร์ซึ่งอาจจะต้องมีการคืนเงินประกันบางส่วนเพราะบริษัทตัวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในครั้งนี้เนื่องจากตอนนี้บริษัททัวร์ต้องปิดทำการโดยยังไม่มีกำหนดที่จะสามารถเปิดให้บริการได้ดังนั้นการช่วยเหลือบริษัททัวร์จึงควรเป็นมาตรการแรกๆที่กำลังจะต้องรีบประสานงานอยู่ในขณะนี้

มีรายงานข่าวแจ้งเข้ามาว่ามีบริษัทไฟแนนซ์หลายแห่งอ้างว่าจะมาผ่อนปรนให้กับลูกหนี้ของตนเองในการชำระหนี้แต่มีการกำหนดให้จ่ายหนี้บางส่วนในแต่ละเดือนแทนที่จะเป็นการหยุดการชำระหนี้เป็นระยะเวลา 6 เดือนตามที่เคยมีประกาศออกมาเลยซึ่งบริษัทเช่าซื้อบางที่มีการแอบพูดคุยกับลูกหนี้ว่าหากมีการงดจ่ายเงินก็เงินดอกเป็นระยะเวลา 6 เดือนจะส่งข้อมูลไปที่เครดิตบูโรซึ่งจะมีประวัติการผิดชำระหนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของลูกนี่ดังนั้นหลายคนจึงไม่สามารถที่จะทำการยื่นขอผ่อนยื่นเรื่องการชำระหนี้ได้ซึ่งหากการกระทำแบบนี้สามารถที่จะร้องเรียนไปที่กระทรวงการคลังได้เลย

หยุดพักรบกันชั่วคราว

จากการเมืองอันร้อนแรง ไล่กันมาตั้งแต่การยุบพรรคสีส้ม ตลอดจนการรวมตัวกันสร้างแฟลชม๊อบ ของเหล่าพลังคลื่นลูกใหม่ เยาวชนของชาติที่ออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอันแท้จริงของระบอบประชาธิปไตย ที่ดูเหมือนจะหายสาบสูบมาตลอดที่รัฐบาลชุดนี้ขึ้นปกครองอำนาจ

ซึ่งในครั้งที่มีการรัฐประหาร คำฮิตติดหูที่คนไทยทั้งประเทศได้ยินกันมาตลอด คือ “จะขอทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” จากวันนั้นถึงวันนี้ รวมเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าห้าปี ตั้งแต่ลูกใครบางคนยังไม่เกิด จนตอนนี้เกิดแล้ว และไปเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลแล้วด้วยซ้ำ ทุกอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ในทางกลับกัน ยิ่งพอได้ขึ้นมาคุมอำนาจอีกเป็นคำรบที่สอง

ต่อจากครั้งที่หนึ่งแล้ว คราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ก่อนการเลือกตั้งดูเหมือนเสือจะกลับตัว มีเวลาลงมานั่งกินข้าวกับพวกนักข่าว พูดจาเริ่มดีขึ้น แต่พอเลือกตั้งจบและใช้กลยุทธวิธีต่างๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่ต่างรับไม่ได้ หรือที่เรียกกันว่า กลโกง จนเอาชนะคู่แข่งจากพรรคต่างๆ และใช้เผด็จการอำนาจทุกสิ่งที่มีอยู่ ดึงพรรคพวก หรือคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาเข้ามาเป็นพวก จนตัวเองได้เป็นผู้นำอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงเรื่อยๆ การบริหารการจัดการอยู่บนคำพูดที่หลอกล่อประชาชนไปวันๆ แต่คราวนี้ประชาชนเริ่มไม่โง่ ถึงแม้บางคนโง่ก่อนการเลือกตั้ง

แต่หลังจากที่ได้เห็นวิสัยทัศน์ ที่ฟังแล้วหรือดูการกระทำแล้ว ไม่น่าจะเรียกว่านี่คือผู้นำ คนที่เคยเข้าข้างหรือที่เรียกว่า สลิ่ม เริ่มอดทนไม่ไหว ถึงกับออกมาประกาศว่า ไม่ขอเป็นสลิ่มแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่รู้สำนึก และยังคงอดทน หรือเรียกว่าต้องทนขี่หลังเสือต่อไป เพราะถ้าจะให้ลงคงลงไม่ได้แล้ว และยิ่งลงตอนนี้ ทุกอย่างคงโดนรุมกระหน่ำ เพราะเวลานี้ สิ่งต่างๆ ได้รุมเร้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจที่กำลังจะพัง ค่าอากาศมลพิษของฝุ่น ที่ไม่ได้รับการแก้อย่างจริงจัง

ตลอดการประท้วงของนักเรียนนักศึกษา และล่าสุดกับพิษไข้โรคระบาดโควิด19 ที่ดูเหมือนกระหน่ำซ้ำเติมประเทศไทย และเป็นบทพิสูจน์ผู้นำประเทศนี้ว่า ยังจะเอาอยู่อีกมั้ย กับคำพูดโผงผาง และคิดว่าตัวเองแน่ที่สุดในประเทศ เวลานี้หลายพรรคการเมือง หยุดรบกับท่านแล้ว เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤติของชาติและของโลก และเสนอแนวคิดมากมายที่จะพาประเทศชาติไปรอดจากวิกฤตนี้ อยากรู้ว่าท่านพร้อมหรือยัง พร้อมที่จะพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นโรคนี้ไปซะที ตอนนี้ทุกพรรคเค้ารวมพลังและหยุดโจมตีท่านแล้วนะ ท่านล่ะ เมื่อไหร่จะเลิกโทษคนอื่นซะที

 

สนับสนุนโดย  BK8

“ ช่อง 3 ยุคผลัดใบกับปรากฎการณ์ใหม่ในอนาคต “

  หน้าหงายเงิบเพราะคนไทยประมาณ 80% ดูทีวีผ่านกล่องดาวเทียมเจ้าของดาวเทียมไปแปลงสัญญาณทีวีอนาล็อกเพื่อดึงลงกล่องเอาไปขายสมาชิกของตัวเองเพื่อจะได้ดูทีวีอนาล็อกสามถึงสี่ช่องชัดๆ เพราะประเทศเรามีทีวีให้เลือกแค่นั้น ถ้า กสทช. ออกคำสั่งให้เครือข่ายเจ้าของดาวเทียมให้ทีวีอนาล็อกออกจากกล่องแล้วบรรจุทีวี ดิจิตอลเข้าไปแทนชาวบ้านก็จับได้ดูทีวีดิจิตอลกันทั่วหน้า และทีวีดิจิตอลก็จะไม่ป่วยอย่างทุกวันนี้สิ่งที่นักวิชาการสื่อคาดการณ์ก็จะไม่คลาดเคลื่อน แต่เอาล่ะ เรื่องนี้คงเอากลับคืนมาไม่ได้แล้วเพราะเวลาก็ผ่านไปสามปีแล้ว

       นักวิชาการสื่อและเอเจนซี่ก็คาดการณ์ใหม่อีกหลังจากกฎระเบียบของ กสทช. คิดต่างจากสิ่งที่เป็น ในปี พ.ศ. 2557 ก็ฝันทงไว้ว่าทีวีดิจิตอลอีกหกปีทุกช่องยกเว้นช่องเจ็ดและช่องสามจะไม่มีทางโตจนกว่าจะถึงปี พ.ศ.2563 เพราะปี พ.ศ. 2563 คือปีที่อนล็อกจะไม่มีสิทธิ์อยู่ในกล่องดิจิตอลหรือกล่องดาวเทียมต่างๆพอสิ้นสุดสัญญากับเจ้าของสัมปทานเดิมไม่ว่าจะเป็นช่องสามหรือช่องเจ็ด นักวิชาการสื่อก็คาดการณ์ผิดอีกเพราะปีพ.ศ.2560 Digital ได้ออนแอร์ไปสามปีปรากฏว่าช่องเวิร์คพอนท์23 ความคมชัดธรรมดากลายเป็น digital อันดับหนึ่งเผลอๆจะแซงช่องสามในบางเดือนด้วยซ้ำไป 

      นั่นแสดงว่า 80% ของคนที่ดูทีวีผ่านกล่อง TRUE-PSI-IPM ต่างๆ คน 80% เหล่านี้ไม่ได้สนใจกล่องที่ กสทช. แจกเลน แฟนคลับเวิร์คพอยท์สมัยใช้คำว่า ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ที่ PSI  ก็ยังเหนียวแน่นผ่านทีวีดาวเทียมแนวคิดนี้คือความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงของ กสทช. ถ้า กสทช. คิดได้และคิดเป็นแบบคนมีอำนาจและใช้อำนาจของตัวเองเป็นสถานการณ์ผู้ประกอบการก็จะไม่เป็นเช่นปัจจุบัน ยุคบุกเบิกช่องไทยทีวีสีช่องสามที่ถือว่าเป็นคู่แฝดของช่องเจ็ดสีคือประชามาลีนนท์และเป็นช่วงที่วงการทีวีเริ่มคือคักสมรภูมิรบครั้งนี้จึงดุเดือดเลือดพล่านรสงครามระหว่างสองช่องก็เกิดขึ้น

รูปแบบการจัดโปรแกรมทีวีน่าสนใจมากแนวรบครั้งนี้พระเอกคือประชา มาลีนนท์ โครงสร้างปัจจุบันของไทยทีวีสีช่องสามก็มาจากวิธีคิดของประชา เช่น ระบบถามแชริ่งเวลาของช่องสามไม่มีขายเวลาทุกรายการที่ออกอากาศคือออกฟรีแต่แบ่งเวลาโฆษณากันไปซึ่งมีข้อดีทั้งสองฝ่ายผู้ผลิตไม่ต้องจ่ายค่าเช่าและเวลาให้เอาเงินนั้นมาผลิตรายการดีดีมาอ่อนแอผู้จัดรายการของช่องสามก็แฮปปี้