รัฐบาลเตรียมรีดภาษีกลุ่มผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ต่างประเทศหวังรายได้เข้าประเทศ

          มีรายงานออกมาจากคลังรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่ากำลังจะมีการยื่นเรื่องการจัดประชุมเกี่ยวกับเรื่องของการเพิ่มภาษีเรียกเก็บเงินสำหรับผู้ให้บริการทางด้านอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศซึ่งจะเป็นผู้ให้บริการทั้งเรื่องของบริษัทที่เปิดให้ประชาชนนั้นดาวน์โหลดเพลงหรือดาวน์โหลดหนังหรือการจองโรงแรมที่พักต่างๆรวมถึง Facebook และบริการ YouTube

หากจะพูดให้ดีก็คือบริการที่มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติและมีการจดทะเบียนอยู่ที่ต่างประเทศไม่ได้จดทะเบียนการเปิดบริษัทในประเทศไทยนั้นจะถูกนำมาเรียกเก็บภาษีเพื่อนำเงินเข้าประเทศซึ่งคาดว่าถ้าหากมีการร่างกฎหมายออกไปก็จะทำให้ประเทศไทยนั้นมีรายได้จากการเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้บริการออนไลน์เหล่านี้มากถึงปีละ 3,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

         สำหรับเรื่องเกี่ยวกับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับบริษัทต่างชาติที่ไม่จดทะเบียนในประเทศไทยนั้นแต่เดิมนั้นเคยมีการส่งเรื่องพูดเรื่องนี้ไปแล้วและก็ผ่านการเห็นชอบอนุมัติไปแล้วแต่มาในวันนี้นั้นจะมีการแก้ไขกฏหมายบางส่วนเพื่อปรับปรุงเกณฑ์ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นโดยข้อกำหนดกฎหมายที่กำลังมีการนำเรื่องส่งมานั้นจะมีการระบุว่าหากบริษัทต่างประเทศไหนที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว

มีการมาทำธุรกิจผ่านทางสื่อออนไลน์ของไทยบริษัทนั้นหากมีรายได้มากกว่า 1800000 บาทต่อปีมันจะต้องมีการยื่นเรื่องขอเก็บภาษีให้กับประเทศไทยซึ่งแน่นอนว่าจากการวิเคราะห์ข้อมูลมาแล้วทางรัฐบาลเห็นว่าจะมีหลายบริการที่จะต้องมีการเสียภาษีให้กับประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือแม้แต่ YouTube

ซึ่งเราจะเห็นกันอยู่แล้วว่าบริการทั้งสองบริการนี้มีรายได้เข้าบริษัทของตนเองนั้นเป็นจำนวนเงินมหาศาลอีกทั้งยังมีบริการที่เป็นบริการของชาวต่างชาติในเรื่องของการรับจองที่พักผ่านระบบออนไลน์เมื่อลูกค้าต้องการไปพักยังต่างประเทศซึ่งบริการนี้ก็สร้างรายได้ให้กับบริษัทเป็นอย่างมากดังนั้นทางรัฐบาลจึงเล็งเห็นว่าเมื่อมีการเข้ามาเปิดการค้าขายผ่านทางระบบออนไลน์และคนไทยนั้นก็มีการเข้าไปใช้บริการจึงจำเป็นที่จะต้องให้ทางผู้ให้บริการต่างชาตินั้นเข้ามาเสียภาษีให้กับประเทศไทยซึ่งหวังว่าเงินภาษีที่ได้จากสื่อออนไลน์เหล่านี้จะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนเงินมหาศาลเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตามที่มีการพูดคุยกันวันนี้ก็เพื่อที่จะหาแนวทางว่าจะมีการนำส่งภาษีเป็นอย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการได้ให้ได้ผลดีมากที่สุดและเป็นผลดีกับประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งทางรัฐบาลเองบอกว่าการที่รัฐบาลเร่งเก็บภาษีกับบริษัทต่างชาติที่มาหากำไรกับคนไทยนั้นจะเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับคนไทยด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

โครงการกู้เงินกับธนาคารออมสินจะช่วยให้เศรษฐกิจของแม่ค้าดีจริงหรือไม่

        เชื่อว่าถ้าเกิดใครติดตามเกี่ยวกับเรื่องของการกู้เงินตามธนาคารต่างๆที่ตอนนี้หลายธนาคารนั้นได้ออกนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของโครงการการกู้ยืมเงินในดอกเบี้ยราคาพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารออมสินที่มีนโยบายปล่อยเงินกู้ให้กับคนที่พลาดโครงการแจกเงินให้สามารถมากู้เงินกับธนาคารออมสินได้โดยประชาชนคนไหนที่ทำงานอิสระจะกู้ได้ 10,000 บาทแต่ในขณะที่ประชาชนคนไหนทำงานเป็นพนักงานประจำที่บริษัทจะสามารถยื่นเรื่องกู้ได้ 50,000 บาท

แน่นอนว่าคุณไม่จำเป็นแค่ไปยื่นเอกสารแล้วคุณจะได้เงินมาเลยเท่านั้นแต่คุณจะต้องมีการยื่นบอกหลักฐานต่างๆกับทางธนาคารให้ได้ว่าปกติแล้วอาชีพของคุณนั้นทำอะไรและคุณจะนำเงินดังกล่าวที่คุณทำเรื่องกู้ในไปทำอะไรคุณลองเคยคิดดูไหมว่าสำหรับคนที่ทำงานอิสระการกู้เงินมา 10000 บาทนั้นมันจะพอสามารถทำอะไรได้บ้างหากเป็นพวกพ่อค้าแม่ค้าการลงทุน  10000 บาทนี้ถือว่าเป็นเงินลงทุนที่นอนมากๆเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าหากเราลงทุนไป 10000 บาท

แล้วการลงทุนในครั้งนั้นของเราจะประสบความสำเร็จหรือว่าจะแจ้งถ้าเจนเราก็ไม่สามารถหาเงินอื่นมาลงทุนได้อีกแล้วแถมยังต้องมีปัญหาในเรื่องของการหาเงินไปคืนใช้หนี้กับทางธนาคารอีกแล้วถ้าใครเคยเข้าไปทำการกู้เงินแล้วก็จะรู้ดีว่าขั้นตอนการกู้เงินนั้นยุ่งยากมากแค่ไหนยิ่งถ้าเป็นเงิน 50000 บาทแล้วแล้วก็จะต้องมีบุคคลมาค้ำประกันซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันนี้ไม่มีใครอยากที่จะเอาขาตัวเองไปเสี่ยง 1 ข้างกับการที่ต้องไปค้ำประกันคนอื่นแน่นอนดังนั้นจึงสามารถปัดการกู้เงิน 50,000 บาทไปได้เลยเหลือเงิน 10000 บาทที่จะทำการกู้แต่เงินแค่เพียงเท่านี้จะสามารถไปทำอะไรได้จนทำให้พ่อค้าแม่ค้าร่ำรวยขึ้นมาได้

แล้วที่สำคัญเงิน 10000 บาทนี้ใช่ว่าทุกคนจะสามารถกู้ได้เพราะหากใครที่มีการเปิดร้านขายของแต่ไม่มีเงินรายได้หมุนเวียนมากพอที่จะให้ทางธนาคารตรวจสอบคุณก็อาจจะไม่ผ่านการอนุมัติยอดเงินก็ได้ดังนั้นหากคุณไม่มีเงินหมื่นบาทคุณก็ขยายธุรกิจหรือดำเนินธุรกิจหรือกิจการเล็กๆน้อยๆของคุณต่อไปไม่ได้เหมือนกัน

สำหรับวงเงินหมื่นบาทเที่ยวไว้ให้กับกลุ่มคนทำงานอิสระเช่นพ่อค้าแม่ค้าหรือพวกขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นแน่นอนว่าเงินหมื่นบาทสำหรับพวกเขานั้นค่อนข้างเยอะและเขาคงจะสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจของเขาได้สักระยะหนึ่งแต่ก็คงไม่สามารถทำให้เขานั้นร่ำรวยเงินทองขึ้นมาได้อย่างแน่นอนที่จริงรัฐบาลควรจะต้องมีการหาแนวทางการส่งเสริมรายได้ของพ่อค้าแม่ค้า

หรือธุรกิจขนาดเล็กให้พวกเขานั้นสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างถาวรแต่ตอนนี้ทางรัฐบาลเองมีการหนุนแต่กลุ่มนักธุรกิจขนาดใหญ่ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากมากสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่มีธุรกิจขนาดเล็กที่จะกลับมาทำให้เศรษฐกิจการค้าของตนเองนั้นดีขึ้นในเร็ววันนี้

 

สนับสนุนโดย  bk8

แจกเงินให้ประชาชนเที่ยว จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ 

           ตอนนี้มีข่าวออกมาจากหลายสำนักข่าวทั่วไทยเลยว่ารัฐบาลกำลังมีการระดมกำลังสมองเกี่ยวกับเรื่องของการหาเงินทุนเพื่อมาแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นได้นำเงินดังกล่าวนั้นไปท่องเที่ยวภายในประเทศไทยเพื่อหวังเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยให้ดีขึ้น  แต่ถ้าหากเรามาพิจารณาหรือวิเคราะห์กันแล้วการแจกเงินให้ประชาชนไปเที่ยวมันจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่

เนื่องจากว่าโครงการการแจกเงินให้ประชาชนนั้นนำเงินไปเที่ยวไม่ใช่เพิ่งทำโครงการนี้เป็นครั้งแรกแต่ก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของไวรัสโคโรน่านั้นรัฐบาลก็ได้มีการออกโครงการนี้ออกมาเช่นเดียวกันซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าผู้คนส่วนใหญ่นั้นได้รับเงินจากการที่รัฐบาลแจกเพื่อให้ไปเที่ยวนั้นกลับไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นซึ่งบางคนนำเงินดังกล่าวไปซื้อสินค้าข้าวสารอาหารแห้งเข้าบ้านแทนที่จะไปเที่ยว

เพราะฉะนั้นผลตอบรับที่ออกมามันไม่ได้เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแต่อย่างใดแต่มันเป็นการนำเม็ดเงินให้กับประชาชนได้นำไปใช้ในการซื้ออาหารกินและที่สำคัญคนที่รับผลประโยชน์จากเม็ดเงินอันนี้ก็คือกลุ่มเจ้าสัวที่ขายของในห้างสรรพสินค้าต่างๆนั่นเองซึ่งครั้งนี้ถ้าหากไม่มีการวางแผนงานที่รัดกุมหรือมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานที่เป็นการเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องออกไปท่องเที่ยวเท่านั้นถึงจะสามารถใช้โครงการนี้ได้รับแล้วก็การแจกเงินฟรีในครั้งนี้

ก็คงจะเหมือนเดิมที่ประชาชนนั้นจะได้นำเงินออกมาเพื่อไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นบางคนแทบไม่ใช่จ่ายในการซื้ออาหารกินเลยด้วยซ้ำแต่นำกลับไปเป็นเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเช่นเอาไปเล่นการพนันหรือการซื้อเหล้าสูบบุหรี่สูบซึ่งมันก็จะผิดวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและแน่นอนว่าถึงแม้ว่าจะมีคนบางกลุ่มนั้นออกไปท่องเที่ยวตามที่รัฐบาลได้มีการออกเงินช่วยเหลือให้แต่ประชาชนหลายคนนั้นยังไม่สามารถที่จะให้บริการเรื่องของการท่องเที่ยวได้ดีเท่าที่ควรอย่าง

ที่เราจะเห็นกันว่าชายหาดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมักจะไปเที่ยวกันช่วงเวลานี้กับเปิดให้นักท่องเที่ยวแค่ลองเล่นน้ำได้เท่านั้นส่วนธุรกิจในเรื่องของการขายอาหารริมชายหาดหรือการให้เช่าเรือเล่นในทะเลหรือการให้เช่าม้าขี่เดินเล่นริมชายหาดนั้นธุรกิจเหล่านี้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ซึ่งธุรกิจเหล่านี้เองเป็นธุรกิจของประชาชนในเขตพื้นที่

ที่มีบ้านอยู่ริมชายหาดนั้นเองเพราะฉะนั้นควรที่จะได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจนี้ก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูงนั่นก็คือกลุ่มที่มีการเปิดโรงแรมที่พักให้อาศัยและร้านอาหารที่มีขนาดใหญ่ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้นก็จะเป็นแค่เฉพาะกลุ่มใหญ่ๆหรือกลุ่มคนที่มีเงินอยู่แล้วนั่นเองส่วนประชาชนที่มีเงินน้อยนิดก็ยังคงไม่ได้ความช่วยเหลือจากโครงการแจกเงินของรัฐบาลในครั้งนี้เหมือนเดิม

 

สนับสนุนโดย  bk8

เศรษฐกิจไม่ได้จนถึงขนาดต้องให้โคโยตี้มาแต่งโป้ขายกันทุเรียนกันเลยเหรอ

           ถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้กันเลยทีเดียวสำหรับวงการการขายทุเรียนแห่งประเทศไทยที่กำลังมีกระแสฮือฮากันอยู่ในขณะนี้เมื่อมีผู้ใช้ Facebook ที่ชื่อว่าเล็ก for Freedom ไม่มีการนำคลิปวีดีโอที่มีการถ่ายภาพโคโยตี้กำลังเต้นพร้อมทั้งถือทุเรียนเต้นไปด้วยและที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนั้นโคโยตี้คนดังกล่าวแต่งกายด้วยชุดโปรมากๆโดยแต่งชุดเหมือนกับนุ่งแต่กางเกงในกับเสื้อในใส่รองเท้าส้นสูงออกมาเต้นหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสขายทุเรียนซึ่งคลิปนี้เมื่อมีการเผยแพร่ออกไปต่างก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะหนุ่มๆนั้นต่างก็พากันชวนกันไปซื้อทุเรียนเจ้านี้กันเลยทีเดียว

โดยมีรายละเอียดภายในคลิปและใน Facebook ไม่ได้มีการระบุว่าพ่อค้าทุเรียนร้านนี้ขายของดีหรือไม่แต่จาก comment ส่วนใหญ่นั้นก็น่าจะขายดีเพราะว่าหนุ่มๆส่วนใหญ่ต่างก็ชื่นชอบคนขายทุเรียนเป็นอย่างมากซึ่งปัจจุบันนี้ทุเรียนไทยนั้นโด่งดังไปทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศจีนต่างก็นิยมกินทุเรียนเป็นจำนวนมากขนาดปัจจุบันนี้ราคาทุเรียนยังอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท

แต่ผู้คนก็ยังนิยมที่จะซื้อทุเรียนไปกินกันและถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีนักเรียนก็ยังสามารถขายออกได้เรื่อยๆแต่ในขณะที่พ่อค้าขายทุเรียนคนนี้ได้หัวใสเรียกลูกค้าด้วยการให้โคโยตี้มาแต่งตัวโป๊ๆพร้อมกับเต้นโชว์แน่นอนว่านอกจากที่ลูกค้าจะมาซื้อทุเรียนแล้วเขายังได้มาดูโคโยตี้เต้นยั่วยวนตาให้ดูอีกด้วยซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนที่มีการขายทุเรียนนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาดูหรือไม่เพราะหากมาเต้นขายทุเรียนด้วยสภาพแบบนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะมีการจับกุมไปปรับทัศนคติบ้างเล็กน้อยสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีการนำมาเผยแพร่ใน Facebook เมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563

แต่รายละเอียดไม่ได้ระบุว่าร้านที่ขายทุเรียนด้วยการให้โคโยตี้มาเต้นเรียกลูกค้านั้นตั้งอยู่ที่ไหนและอยู่จังหวัดอะไรแต่อย่างไรก็ดีหากน้องๆคนไหนสนใจก็น่าจะมีการหาข้อมูลได้เพราะน่าจะมีการใช้เรื่องนี้ต่อๆกันไปเป็นจำนวนมากคงต้องรอดูกันอีกทีว่าหลังจากเรื่องนี้เป็นข่าวดังแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะว่าอย่างไรบ้าง  

               หลายคนเข้าใจดีว่านี่คือช่องทางการทำมาหากินเพื่อให้ขายของได้ดีขึ้นแต่การทำเช่นนี้ก็เป็นการลดค่าสินค้าของตัวเองเช่นเดียวกันเพราะบางคนอาจจะไม่ชอบกับวิธีการเรียกลูกค้าแบบนี้ หวังว่าคลิปที่นำมาเผยแพร่กันอยู่ในขณะนี้คงไม่มีพ่อค้าหรือแม่ค้าคนไหน นำไปเลียนแบบกันนะคะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

โรงแรมแห่ปิดบริการชั่วคราว

สุดท้ายก็ไปไม่รอดโรงแรมแห่ปิดบริการชั่วคราวตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป

      มีสภาวะเศรษฐกิจซบเซาแบบนี้โรงแรมขนาดใหญ่พื้นที่จะดำเนินกิจการต่อไปโดยให้พนักงานช่วยลดเงินเดือนแต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถที่จะทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำได้จึงทำให้โรงแรมขนาดใหญ่มีการประกาศที่จะหยุดบริการชั่วคราวนับตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไปซึ่งถ้าดูแล้วถ้าโรงแรมขนาดใหญ่ยังไม่สามารถทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้โรงแรมขนาดเล็กนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะต่างก็ปิดกิจการกันไปหมดแล้ว

   ข้อมูลที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลที่มาจากการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่จะมีโรงแรมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวซึ่งเมื่อก่อนโรงแรมเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นสถานที่พักอาศัยให้กับนักท่องเที่ยวที่หากใครจะไปจะต้องมีการจองล่วงหน้ากันก่อน โดยบางโรงแรงต้องมีจองล่วงหน้ากันเป็นเดือนกว่าจะได้ห้องพักแต่ในปัจจุบันนี้  เรียกได้ว่าพนักงานแทบจะนั่งตบยุงรอนักท่องเที่ยวกันเลยทีเดียวเพราะไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยด้วยกันก็ไม่มีใครมาท่องเที่ยว

และยิ่งในสถานการณ์ตอนนี้ที่บางประเทศมีการปิดประเทศเพื่อต้องการที่จะต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสรวมถึงแม้แต่ในประเทศไทยเองก็ยังมีการปิดเมืองบางเมืองไม่ให้ใครเข้าออกรวมถึงไม่ให้มีการเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆจึงทำให้บรรดาเจ้าสัวโรงแรมต่างๆไม่สามารถที่จะต้านสถานการณ์เอาไว้ได้อีกต่อไปเพราะปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเลยหลังจากที่มีทางรัฐบาลของเรามีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและขอความร่วมมือประชาชน

งดการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้มีการวางแผนการกันเอาไว้ว่าจะมีการเปิดบริการโรงแรมบางสถานที่โดยจะมีการนำนักท่องเที่ยวที่ยังคงตกค้างอยู่ในประเทศไทยมาพักค้างรวมกันที่โรงแรมแห่งเดียวเพื่อที่โรงแรมอื่นๆจะได้ปิดกิจการลงไปชั่วคราวก่อนจะได้ไม่มีผลกระทบกับค่าใช้จ่ายมากนักซึ่งเมื่อทำแบบนี้แล้วคาดว่าจะมีโรงแรมหลายโรงแรมที่ร่วมปิดกิจการเป็นการชั่วคราวซึ่งนับว่าสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใหญ่หลวงรวมถึงจะส่งผลกระทบต่อแรงงานที่เป็นพนักงานของโรงแรมที่คิดว่าน่าจะมีพนักงานเกือบประมาณหนึ่งหมื่นคนที่จะต้องขาดรายได้หลังจากที่ทางโรงแรมมีการประกาศปิดตัวไป 

      สถานการณ์ตอนนี้ขนาดบริษัทใหญ่ๆอย่างบริษัทเซ็นทรัลก็ยังมีประกาศที่จะเป็นการปิดทำการชั่วคราวสำหรับโรงแรมบางโรงแรมทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัดรวมถึงโรงแรมอื่นๆที่เป็นพวกโรงแรม 5 ดาวต่างก็ออกมารวมตัวกันพร้อมที่จะปิดตัวภายในสิ้นเดือนนี้กันทั้งนั้นเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วโรงแรม 5 ดาวนั้นปัจจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักน้อยมากซึ่งถึงตอนนี้แล้วอาจจะต้องมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานซึ่งคาดการณ์กันว่าทางเจ้าของโรงแรมน่าจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานแค่เพียงประมาณ 75% เท่านั้น 

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

หยุดพักรบกันชั่วคราว

จากการเมืองอันร้อนแรง ไล่กันมาตั้งแต่การยุบพรรคสีส้ม ตลอดจนการรวมตัวกันสร้างแฟลชม๊อบ ของเหล่าพลังคลื่นลูกใหม่ เยาวชนของชาติที่ออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอันแท้จริงของระบอบประชาธิปไตย ที่ดูเหมือนจะหายสาบสูบมาตลอดที่รัฐบาลชุดนี้ขึ้นปกครองอำนาจ

ซึ่งในครั้งที่มีการรัฐประหาร คำฮิตติดหูที่คนไทยทั้งประเทศได้ยินกันมาตลอด คือ “จะขอทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” จากวันนั้นถึงวันนี้ รวมเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าห้าปี ตั้งแต่ลูกใครบางคนยังไม่เกิด จนตอนนี้เกิดแล้ว และไปเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลแล้วด้วยซ้ำ ทุกอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ในทางกลับกัน ยิ่งพอได้ขึ้นมาคุมอำนาจอีกเป็นคำรบที่สอง

ต่อจากครั้งที่หนึ่งแล้ว คราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ก่อนการเลือกตั้งดูเหมือนเสือจะกลับตัว มีเวลาลงมานั่งกินข้าวกับพวกนักข่าว พูดจาเริ่มดีขึ้น แต่พอเลือกตั้งจบและใช้กลยุทธวิธีต่างๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่ต่างรับไม่ได้ หรือที่เรียกกันว่า กลโกง จนเอาชนะคู่แข่งจากพรรคต่างๆ และใช้เผด็จการอำนาจทุกสิ่งที่มีอยู่ ดึงพรรคพวก หรือคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาเข้ามาเป็นพวก จนตัวเองได้เป็นผู้นำอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงเรื่อยๆ การบริหารการจัดการอยู่บนคำพูดที่หลอกล่อประชาชนไปวันๆ แต่คราวนี้ประชาชนเริ่มไม่โง่ ถึงแม้บางคนโง่ก่อนการเลือกตั้ง

แต่หลังจากที่ได้เห็นวิสัยทัศน์ ที่ฟังแล้วหรือดูการกระทำแล้ว ไม่น่าจะเรียกว่านี่คือผู้นำ คนที่เคยเข้าข้างหรือที่เรียกว่า สลิ่ม เริ่มอดทนไม่ไหว ถึงกับออกมาประกาศว่า ไม่ขอเป็นสลิ่มแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่รู้สำนึก และยังคงอดทน หรือเรียกว่าต้องทนขี่หลังเสือต่อไป เพราะถ้าจะให้ลงคงลงไม่ได้แล้ว และยิ่งลงตอนนี้ ทุกอย่างคงโดนรุมกระหน่ำ เพราะเวลานี้ สิ่งต่างๆ ได้รุมเร้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจที่กำลังจะพัง ค่าอากาศมลพิษของฝุ่น ที่ไม่ได้รับการแก้อย่างจริงจัง

ตลอดการประท้วงของนักเรียนนักศึกษา และล่าสุดกับพิษไข้โรคระบาดโควิด19 ที่ดูเหมือนกระหน่ำซ้ำเติมประเทศไทย และเป็นบทพิสูจน์ผู้นำประเทศนี้ว่า ยังจะเอาอยู่อีกมั้ย กับคำพูดโผงผาง และคิดว่าตัวเองแน่ที่สุดในประเทศ เวลานี้หลายพรรคการเมือง หยุดรบกับท่านแล้ว เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤติของชาติและของโลก และเสนอแนวคิดมากมายที่จะพาประเทศชาติไปรอดจากวิกฤตนี้ อยากรู้ว่าท่านพร้อมหรือยัง พร้อมที่จะพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นโรคนี้ไปซะที ตอนนี้ทุกพรรคเค้ารวมพลังและหยุดโจมตีท่านแล้วนะ ท่านล่ะ เมื่อไหร่จะเลิกโทษคนอื่นซะที

 

สนับสนุนโดย  BK8